สะเทือนวงการหนัง พิษโควิด-19 MGM มีโอกาสขาย สตูดิโอ มูลค่ากว่า 5,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

หัวข้อสำคัญในบทความ

มีรายงานจากแหล่งข่าวของ Wall Street journal โดยระบุว่า MGM holdings Inc. ซึ่งเป็นเจ้าของ หรือบริษัทแม่ ของ Metro goldwyn mayer Studio Inc. มีแนวโน้มในความต้องการขาย สตูดิโอภาพยนตร์ ซึ่งมีหนังแฟรนไชส์ อันโด่งดังอย่างเจมส์บอนด์ Jame bond อีกด้วย

เซ็กซี่บาคาร่า

ตามรายงานได้ระบุว่า MGM ได้เข้าปรึกษากับบริษัทให้คำปรึกษาทางด้านการเงินระดับโลกอย่าง Morgan Stanley และ Lion Tree LLC เพื่อต้องการทราบถึงขั้นตอน การขาย หุ้น สตูดิโออย่างเป็นทางการ ซึ่ง MGM เคยร่วมงานกับ บริษัท Lion Tree มาก่อนหน้านี้แล้ว และมีการประเมินราคาจากราคาหุ้น ในตลาด ณ ปัจจุบันของ MGM ก็จะประเมินราคาได้ประมาณ 5,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ตกเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 165,600 ล้านบาท

สำหรับผู้ถือหุ้นใหญ่ของ MGM นั้น คือบริษัทกองทุนหลักทรัพย์ Anchorage Capital ซึ่งเป็นของ Kevin Ulrich ทีาเคยเป็นผู้บริหารของ Goldenman Sachs สถาบันการเงินระดับโลก และในปัจจุบัน Kevin Ulrich ยังเป็นประธานบอร์ดบริหารของ MGM อีกด้วย

บริษัทเอ็มจีเอ็ม มีภาพยนตร์ในการดูแลของตัวเองมากกว่า 4000 เรื่อง และยังมีรายการผลิตทางโทรทัศน์ มากกว่า 17,000 ชั่วโมง ยกตัวอย่างเช่น ภาพยนตร์เรื่อง James Bond, Terminator, Rocky, silent of the Lamp, The Hobbit เป็นต้น และยังมีซีรีส์ ที่ได้รับความนิยมสูงในสหรัฐ ในเรื่อง Vikings และ The Handmaid’s Tale และที่สำคัญ คือมี ภาคล่าสุดของ James Bond ที่ใช้ชื่อตอนว่า No Time to die ที่ได้ถูกเล่นฉาย จากวันที่ 12 พฤศจิกายน 2020 ไปเป็นวันที่ 2 สิงหาคม 2021

ภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จ ของ MGM ก็หนีไม่พ้น James Bond ในภาค Skyfalls ที่ทำรายได้ทั่วโลกไปมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญ แถมมาด้วย 2 รางวัลออสการ์ ติดไม้ติดมือมาด้วย และยังมีภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จมากมายในอดีต ที่ทางบริษัท MGM ถือลิขสิทธิ์อยู่อีกด้วย

นักวิเคราะห์คาดเดาว่า สาเหตุที่ MGM จะประกาศขายสตูดิโอในครั้งนี้ เนื่องจากวิกฤตการณ์ การระบาดของเชื้อ โควิด-19 ที่ได้มีการแพร่ระบาด ไปทางโลก จึงส่งผลกระทบต่อ วงการภาพยนตร์ ที่หลายบริษัท ต้องปิดตัวลง หรือเลื่อนการถ่ายทำ รวมถึงเลื่อนการฉายภาพยนตร์ออกไปก่อน และพฤติกรรมของผู้ชมภาพยนตร์นั้นก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย

จึงทำให้ในยุคนี้ Application ที่ให้บริการด้านการสตรีมมิ่งหนัง มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา สตูดิโอยักษ์ใหญ่ ในวงการภาพยนตร์ คือ วอร์เนอร์บราเธอร์ส Warner Bros. ได้นำภาพยนตร์ในการดูแลของตัวเอง ให้สามารถ Streaming ได้ ในบริการที่ใช้ชื่อว่า HBO Max ซึ่งเป็นของวอร์เนอร์บราเธอร์สเองอยู่แล้ว

เจ้าเชื้อ covid-19 นี่มันร้ายจริงๆ ส่งผลกระทบไปทุกวงการ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้คน ถึงขนาดบริษัทยักษ์ใหญ่ ในวงการภาพยนตร์ MGM ต้องประกาศขายสตูดิโอกันเลยทีเดียว 

มาคิดวิเคราะห์กันเล่นๆว่า ถ้า MGM กระโดดมาเล่น ในตลาด Streaming ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในตอนนี้ ผมเห็นว่า มันคงจะสนุกน่าดู ที่ได้เห็นบริษัทยักษ์ใหญ่ ทางด้านวงการภาพยนตร์ เปิดหน้าแข่งขันกัน ในส่วนแบ่งตลาดตรงนี้ แน่นอนว่าผู้ที่ได้รับประโยชน์ ก็คงหนีไม่พ้น ผู้ใช้บริการอย่างเรา

แล้วเชื่อได้เลยว่า หาก MGM กระโดดเข้ามาร่วมวงด้วย การแข่งขันก็จะมากขึ้น ยกระดับให้เราได้มีโอกาสดูหนัง แบบ Exclusive ได้ดูก่อนใคร ไม่ต้องก้าวขาออกจากบ้าน สะดวกสบายขึ้น แต่แน่นอนครับ ว่าสิ่งเหล่านั้น ยอมแลกกับ เงิน ในกระเป๋าของเรา ที่เราต้องนำไปจ่าย เพื่อใช้บริการอย่างแน่นอน แต่อย่างน้อย เรายังไม่มีโอกาส ได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา

แต่ถึงอย่างไร หากใครไม่ยอมปรับตัว หรือปรับตัวตามไม่ทัน เชื่อว่ามันมีผลเสีย มากกว่าผลดีแน่นอน ต่อให้จะเป็นยักษ์ใหญ่แค่ไหน เมื่อไม่คิดจะปรับตัว ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ให้ดีขึ้น หรืออย่างน้อย ให้ทันยุคสมัย สักวันหนึ่งก็ต้องพังครืนลงมาแน่นอน ขอให้ทุกท่านสนุกกับการรับชมภาพยนตร์นะครับ

แล้วพบกันใหม่กับ doomagon.com

Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการภาพยนต์แนวหน้าในประเทศไทย