รีวิวหนัง Avengers: end game

รีวิวหนัง Avengers end game

หัวข้อสำคัญในบทความ

และนี่คือการสิ้นสุดการเดินทางมาอย่างยาวนานของเหล่าฮีโร่ กับ  Infinity saga กันแล้ว ผ่านมากว่า 11 ปี ที่หนังซุปเปอร์ฮีโร่ของค่าย Marvel ได้สร้างจักรวาลของซุปเปอร์ฮีโร่ขึ้นมา เพื่อเรียบเรียง เนื้อเรื่องให้มาจบใน Avengers Endgame ต้องยอม รับเลยว่าทางผู้เขียนจักรวาลของหนังซุปเปอร์ฮีโร่ของ Marvel ได้วางเนื้อเรื่องออกมาได้ดีจริง ๆ เมื่อดูหนังจบ จะเข้าใจเลยว่าตลอด 11 ปีที่ผ่านมาเห็นถึงความเชื่อม โยงของเนื้อเรื่อง และเหล่าตัวละคร เห็นความเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งตัวนักแสดง และการถ่ายทำ ทำให้เราผูกพันธ์กับตัวละครจากหนัง จดจำเรื่องราวจากจุดเริ่มต้นมาจนถึงบทสรุปของเหล่าฮีโร่ที่เรารัก

รีวิวหนัง Avengers: end game 1

เรื่องราวดำเนินเหตุการณ์หลังจาก อเวนเจอร์ส: มหาสงครามล้างจักรวาล แอนท์-แมน และ เดอะ วอสพ์ และ กัปตัน มาร์เวล หลังธานอสเปิดใช้งานถุงมืออินฟินิตีสำเร็จ[N 1] ครอบครัวของคลินต์ บาร์ตันสลายไปพร้อมกับสิ่งมีชีวิตครึ่งจักรวาล เนบิวลาและโทนี สตาร์กถูกทิ้งไว้ในยานอวกาศพร้อมกับเสบียงที่ใกล้จะหมดลง แต่แครอล แดนเวอร์ส มาพบเข้าและช่วยพากลับสู่โลกมารวมกับทีมอเวนเจอร์สที่ยังเหลือ[N 2] ได้แก่ นาตาชา โรมานอฟ, บรูซ แบนเนอร์, สตีฟ โรเจอร์ส, ร็อกเก็ต, ธอร์ และเจมส์ โรดส์ สมาชิกในทีมวางแผนขโมยมณีอินฟินิตีคืนจากธานอสเพื่อใช้หินนั้นย้อนการกระทำของเขา และเดินทางไปยังดาวที่อยู่ของธานอสในปัจจุบัน แต่ก็พบว่าธานอสได้ใช้พลังของมณีทำลายตัวเองเพื่อไม่ให้มีใครนำไปใช้ได้อีก ธอร์บันดาลโทสะใช้ขวานบั่นศีรษะของธานอสจนสิ้นชีวิต

ประเภทหนังAction , superhero,comedy
กำกับโดยแอนโทนี รุสโซโจ รุสโซ
บทภาพยนตร์โดยคริสโตเฟอร์ มาร์คัสสตีเวน แม็กฟีลี
ถือลิขสิทธิ์และสร้างโดยมาร์เวล สตูดิโอส์วอลต์ ดิสนีย์ สตูดิโอส์ โมชั่น พิคเจอร์ส
คะแนน IMDb8.4

5 ปีต่อมา ค.ศ. 2023 ชาวโลกยังตกอยู่ในความเศร้าโศกจากการสูญเสีย แต่ธรรมชาติของโลกก็อุดมสมบูรณ์ ไม่มีสงคราม ไม่มีการขาดแคลน ไม่มีความขัดแย้งอีก สมาชิกทีมอเวนเจอร์สต่างใช้ชีวิตของตนเองต่อไป โรมานอฟเดินทางไปญี่ปุ่น เพื่อรับคลินต์ บาร์ตัน กลับมาร่วมทีม แบนเนอร์ประสบความสำเร็จในการควบคุมฮัลค์ และประสานเข้าเป็นร่างเดียวกันในนามศาสตราจารย์ฮัลค์ ธอร์กลายเป็นผู้ปกครองขี้เมาไร้ความรับผิดชอบแห่งดินแดนนิวแอสการ์ดในทอนส์เบิร์ก ประเทศนอร์เวย์ สกอตต์ แลงหลบหนีออกจากมิติควอนสตัมได้ในที่สุด

เขาจึงได้เดินทางไปพบกับโรมานอฟและโรเจอร์สว่าแม้เวลาบนโลกจะผ่านไปถึงห้าปี แต่จากมุมมองของเขา เวลาในมิติควอนตัมผ่านไปเพียงห้าชั่วโมงเท่านั้น จึงตั้งสมมติฐานว่าสามารถใช้มิติควอนตัมในการเดินทางข้ามเวลาได้ ทั้งสามจึงนำแผนการไปเสนอต่อสตาร์ก ซึ่งบัดนี้ใช้ชีวิตเรียบง่ายกับเพพเพอร์ พ็อตส์ และบุตรสาวหนึ่งคน โดยเสนอให้เดินทางย้อนเวลาไปขโมยมณีอินฟินิตีจากช่วงเวลาต่าง ๆ ก่อนที่ธานอสจะสามารถรวบรวมได้ ตอนแรกสตาร์กปฏิเสธเนื่องจากกังวลว่าอาจมีผลกระทบต่อประวัติศาสตร์และเส้นเวลา แต่หลังจากรำลึกถึงความทรงจำจากรูปถ่ายของเขากับพีเตอร์ พาร์คเกอร์ ก็ตัดสินใจร่วมแผนการด้วยกัน และพวกเขาได้เดินทางกลับไปในอดีตและรวบรวมมณีอินฟินิตีและในการย้อนเวลาในครั้งนี้เองได้ทำให้ทีมต้องเสียโรมานอฟไปแบบไม่มีวันกลับมาได้อีกเพื่อแลกกับมณีแห่งวิญญาณสร้างตวามเสียใจให้กับทีม Avengers อย่างมาก

เมื่อรวบรวมมณีอินฟินิตีได้ครบแล้ว ทีมอเวนเจอร์สได้สร้างถุงมือจำลองขึ้นและให้แบนเนอร์เป็นผู้ปลุกพลังของอัญมณีทั้งหมด เพื่อย้อนคืนสิ่งที่ธานอสทำลายไปให้กลับคืนมา ขณะเดียวกัน เนบิวลาจากอดีตที่แฝงตัวมาได้เดินเครื่องไทม์แมชชีน เรียกกองทัพของธานอสให้ปรากฏขึ้นในช่วงเวลาปัจจุบัน และทำลายฐานทัพอเวนเจอร์สจนพินาศย่อยยับ โรเจอร์ส, สตาร์ก และธอร์เข้าต่อสู้กับธานอส แต่ทั้งสามก็โดนธานอสเล่นงานจนเสียท่า แม้โรเจอร์สจะพิสูจน์ว่าตนเองคู่ควรกับค้อนมโยเนียร์และใช้มันสู้กับธานอสได้แล้วก็ตาม ตอนนั้นเองที่โรเจอร์สได้รับการติดต่อจากแซม วิลสัน และสมาชิกฮีโร่คนอื่น ๆ ที่เหลือก็ปรากฏตัวขึ้นจากการเปิดประตูมิติโดยดร.สเตรนจ์ รวมทั้งผู้ใช้เวทมนตร์คนอื่น ๆ ในโลก รวมทั้งกองทัพจากแอสการ์ด และทีมผู้พิทักษ์จักรวาลต่าง ๆ ด้วย ทั้งหมดเข้าต่อสู้กับกองทัพธานอสพร้อมกับพยายามนำมณีอินฟินิตีกลับคืนสู่อดีต แต่ธานอสแย่งถุงมือมาได้ และพยายามจะดีดนิ้วอีกครั้งเพื่อกำจัดทุกชีวิตในจักรวาล แต่สตาร์กแย่งมณีทั้งหมดมาได้ในขณะตะลุมบอนกัน และใช้พลังของมณีทั้งหมดทำให้ธานอสและกองทัพสลายไป แต่ตนเองก็ต้องเสียชีวิตลงจากพลังงานมหาศาลที่มณีปล่อยออกมาเหมือนกัน

นักแสดงนำของเรื่อง

โรเบิร์ต จอห์น ดาวนีย์ จูเนียร์ (Robert John Downey, Jr.) รับบทเป็น โทนี่ สตาร์ก / ไอรอนแมน

คริสโตเฟอร์ เฮมส์เวิร์ท (Christopher Hemsworth) รับบทเป็น  ธอร์

คริสโตเฟอร์ โรเบิร์ต อีแวนส์ ( Christopher Robert Evans) รับบทเป็น สตีฟ โรเจอร์ส / กัปตันอเมริกา

มาร์ค รัฟฟาโล่(Mark Ruffalo) รับบทเป็น ดร. บรูซ แบนเนอร์ / ฮัลค์

สการ์เลตต์ อิงกริด โจแฮนส์สัน ( Scarlett Ingrid Johansson) รับบทเป็น นาตาชา โรมานอฟฟ์ / แบล็กวิโดว์

เจเรมี ลี เรนเนอร์ (Jeremy Lee Renner)รับบทเป็น คลินท์ บาร์ตัน / ฮอว์คอาย

อลิซาเบธ เชส โอลเซน (Elizabeth Chase Olsen) รับบทเป็น วันด้า แม็กซิมอฟฟ์ / สการ์เล็ตวิทช์

พอล เบตตานี (Paul Bettany) รับบทเป็น จาร์วิส และ วิชั่น

คริสโตเฟอร์ ไมเคิล “คริส” แพร็ตต์ (Christopher Michael “Chris” Prat) รับบทเป็น ปีเตอร์ ควิลล์ / สตาร์-ลอร์ด

เบเนดิกต์ ทิโมที คาร์ลตัน คัมเบอร์แบตช์ (Benedict Timothy Carlton Cumberbatch) รับบทเป็น สตีเวน สเตรนจ์ / ดอกเตอร์สเตรนจ์

ทอมัส สแตนลีย์ ฮอลแลนด์ (Thomas Stanley Holland) รับบทเป็น ปีเตอร์ พาร์กเกอร์ / สไปเดอร์-แมน

จอช โบรลิน(Josh Brolin) รับบทเป็น ธานอส

ตัวอย่างภาพยนตร์

https://youtu.be/UgE5hUmz0Gw

ไฮไลท์ของหนัง

1. Avengers Endgame ที่มีความยาวหนัง 3 ชั่วโมงแต่ความรู้สึกตอนดูกับรู้สึกว่าไม่เบื่อเลย ตามสไตล์หนังของมาเวลที่เต็มไปด้วยความสนุกและมุขฮา ๆ ออกมาตลอดสร้างเสียงหัวเราะเช่นเคยดูแล้วอมยิ้มและมีความสุขจริง ๆ

2. เอฟเฟคของหนังในเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีจริงๆ เรียกได้ว่าไร้ที่ติเลยทีเดียว ทั้งฉากต่อสู้และฉากโชว์พลังของตัวละคร ดูแล้วให้ความรู้สึกว่าเป็นซุปเปอร์ฮีโร่จริง ๆ

3. หนังของมาเวลมีความพัฒนาให้เราเห็นมาโดยตลอด จนเมื่อดูหนังเรื่องนี้จะเห็นได้เลยว่าเอฟเฟค CG ต่าง ๆ มาไกลมาก ๆ ตัวเนื้อเรื่องของหนังจะทำให้เราได้เห็นถึงความตั้งใจ

ใครที่เป็นแฟนหนังของมาเวลหรือชื่นชอบหนังแนวซุปเปอร์ฮีโร่บอกได้เลยว่าไม่ควรพลาด เพราะหนังเรื่องนี้จะอยู่ในใจของคุณไปอีกนานแน่นอน

ที่มาเพิ่มเติม
https://th.wikipedia.org/

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการภาพยนต์แนวหน้าในประเทศไทย