รีวิวหนัง Pirates of the Caribbean: Salazar’s Revenge

รีวิวหนัง Pirates of the Caribbean: Salazar's Revenge

หัวข้อสำคัญในบทความ

ก็มาถึงภาคที่ 5 กันแล้วกับภาพยนตร์ Pirates of the Caribbean: Dead Men Tell No Tales ที่ครั้งนี้มากับชื่อไทยว่า สงครามแค้นโจรสลัดไร้ชีพ ที่จากภาคที่แล้วที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ก็นับว่าเซอไพรส์มากที่มีภาค 5 ออกมาจนได้ บทบาทการต่อสู้ครั้งใหม่ของ กัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ (Johnny Depp) กับศัตรูคนใหม่ กัปตันซาลาซาร์ (Javier Bardem) ศัตรูตัวฉกาจที่ได้หลบหนีออกจากดินแดนแห่งความตาย เพื่อที่จะตามล่า ฆ่าโจรสลัดทุกตัวบนโลก โดยเฉพาะกัปตันแจ็ค ที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้ซาลาซาร์ต้องทนทุกข์ทรมานมาอย่างยาวนาน

รีวิวหนัง Pirates of the Caribbean: Salazar's Revenge 1

หนังเล่าเรื่องหลังจากกลับมาจาก “น้ำพุแห่งความเยาว์วัย” กัปตันแจ็ก สแปร์โรว์ ต้องอยู่บนเรือรบเก่าๆที่จอดอยู่ที่อู่ต่อเรือร้าง และต้องพยายามกับการปลดปล่อย “แบล็กเพิร์ล” เรือคู่ใจที่ถูกขังไว้ในขวดแก้วมนตราของกัปตันทีช ซึ่งแจ็กก็พยายามปล้นธนาคาร เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าจ้างลูกเรือ แต่ล้มเหลว ลูกเรือละทิ้งแจ็กไป และเขาก็ทิ้งเข็มทิศของเขาเอง เพื่อแลกกับรัมแค่ขวดเดียว ในขณะเดียวกันที่เพื่อนรักเพื่อนแค้นอย่างกัปตันบาร์บอสซ่า กลับมีความเป็นอยู่ที่มั่งคั่งและรุ่งเรือง ส่วนเพื่อนรักอย่างกัปตันวิลเลี่ยม ก็ถูกจองจำด้วยคำสาปของฟลายอิ้งดัชท์แมน ล่องเรืออยู่ในทะเลตลอดกาล โดยเฮนรี่ลูกชายเขาพยายามค้นหาตรีศูลแห่งโพไซดอน เพื่อปลดปล่อยพ่อให้พ้นจากคำสาป แต่ในขณะที่อยู่บนเรือเอสเซ็กซ์ในฐานะทหารเรือราชนาวี เขาต้องพบเจอกับ “เอล มาทาดอร์ เดอ มาร์” พร้อมกับเรือประจัญบานปีศาจ “ไซเรนท์ แมรี่” ที่ต้องคำสาปในสามเหลี่ยมปีศาจ แครินา เด็กสาวผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดได้เดินทางตามหาตรีศูลและตามหาพ่อของเธอเช่นกัน เธอพบกับเฮนรี่ที่ถูกจองจำข้อหากบฏ และได้ถูกจับกุมตัวพร้อมกับกัปตันแจ็ก เฮนรี่จึงไปว่าจ้าง “ลูกเรือแบล็กเพิร์ล” ให้มาช่วยทั้งสองคน เมื่อแจ็กทิ้งเข็มทิศเพื่อแลกกับเหล้า กัปตันอามันโด ซาลาซาร์ พร้อมกับเรือประจัญบานแห่งราชนาวีสเปน “ไซเรนท์ แมรี่” ก็หลุดจากสามเหลี่ยมปีศาจในสภาพที่ต้องคำสาปจนขนพองสยองเกล้า สนองเจตนารมย์สุดท้ายของกัปตันซาลาซาร์ก่อนต้องคำสาป ว่าเขาจะกวาดล้างโจรสลัดและตามล่าแจ็กจนสุดขอบโลก

ประเภทหนังAction , comedy, ,Fantasy
กำกับโดยโยอาคิม รอนนิงเอสเพน แซนด์เบิร์ก
บทภาพยนตร์โดยเจฟฟ์ นาธานสัน
ถือลิขสิทธิ์และสร้างโดยWalt Disney Pictures
คะแนน IMDb6.5

รอบนี้ผมแอบดีใจมาก ที่วิลล์ เทอรเนอร์ และ อลิซาเบธ สวอนน์ กำลังจะกลับมา แต่อย่าเพิ่งดีใจไปค่ะ ออกมาแค่ 1-2 ฉาก (ยังกับนักแสดงรับเชิญมั้ยละ)  เหมือนหนังพยายามโยงเรื่องราวของโจรสลัดไปกับนิยายปรัมปราของกรีกอย่างโพไซดอน ก็ถือว่าทำออกมาได้ไม่แย่มาก สำหรับไอเดียการสร้าง ต้องขอเกริ่นก่อนเลยว่าหนังที่ทำมาหลาย ๆ ภาค หามุกเล่นยากมากนิดหน่อย และพูดถึงฉากที่แจ็คพยายามไปปล้นธนาคาร หนังค่อนข้างอยากทำออกมาให้ฮา แต่ดู ๆ แล้วจะเหมือนตลกฝืดมากกว่า รู้สึกว่าหนังลงทุนกับฉากนี้ไปเยอะ ไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไรนัก

รีวิวหนัง Pirates of the Caribbean: Salazar's Revenge 2

เมื่อเวลาผ่านไป ตัวละครในเรื่องก็มีลูกกันหมด ไม่เว้นแม้แต่กัปตันบาร์บอซ่าเอง ก็มีลูกสาวหน้าตาสะสวยกับเค้าด้วย ส่วนวิลล์เองก็มีลูกชาย ซึ่งเราก็ได้รู้กันตั้งแต่ท้ายภาคสามแล้ว แล้วก็ตามสเต็ปครับลูกสาวคนนั้น ลูกชายคนนี้ มาเจอกัน บังเอิญต้องตาต้องใจกัน ก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ แต่ก็มีฉากซึ้ง ๆ ให้ได้น้ำตาซึมกันได้อยู่ ความแสบของแจ็ค ฉายแววให้ได้เห็นตั้งแต่สมัยหนุ่ม ๆ ที่หลอกให้ซาลาซาร์ไปเผชิญคำสาปที่ตายทั้งเป็น ทั้งทักษะการบัญชาการ ทักษะการเดินเรือ ใช้เทคนิคในการกำราบคู่ต่อสู้ที่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะบังเอิญลงล็อกไปหมด นี่คือเหตุผลหลัก ๆ ของผมที่ตัดสินใจไปดูเลย ก็ถือว่าเป็นฉากที่มีเสน่ห์ไม่น้อย คะแนนเอฟเฟคต์  ถือว่าแก้ตัวจากภาคก่อนนะคะ ภาคนี้ทำเอฟเฟคต์ได้สวยงามและดีมาก ยกเว้นฉากที่แจ็คปล้นธนาคาร ที่ผมมองว่ามันไม่ได้จำเป็นเท่าไหร่นัก แต่ฉากที่ย้อนไปในสมัยแจ็คหนุ่ม ๆ เริ่มแสบ ๆ ที่หลอกล่อซาลาซาร์นั้น ภาพสวยมาก แจ็คดูมีเสน่ห์สุด ๆ ไปเลย และที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือซาลาซาร์ ที่กลายเป็นปิศาจที่ถูกเผาไหม้ เอฟเฟคต์ทำออกได้ดูน่ากลัวพอสมควร ต้องยกนิ้วให้ช่างแต่งหน้าเลย

รีวิวหนัง Pirates of the Caribbean: Salazar's Revenge 3

พล็อตเรื่องไม่ได้แปลกใหม่ แค่เอาเรื่องตรีศูลเข้ามาเสริมให้หนังดูเดินเรื่องไปได้ต่อ ส่วนเรื่องการล้างคำสาปก็ถือว่าเป็นแบบมาตั้งแต่พล็อตเรื่องภาคแรกแล้ว ไม่ได้มีอะไรแปลกไป การแก้แค้นของซาลาซาร์ไม่ได้ดูน่ากลัวหรือมีความน่าติดตามเท่าภาคแรก ๆ

นักแสดงนำของเรื่อง

จอห์นนี คริสโตเฟอร์ เดปป์ ที่ 2 ( John Christopher Depp II )  รับบทเป็น กัปตันแจ็ก สแปร์โรว์

จอห์นนี คริสโตเฟอร์ เดปป์ ที่ 2 ( John Christopher Depp II )  รับบทเป็น กัปตันแจ็ก สแปร์โรว์

ฆาบิเอร์ อังเฆล เอนซินัส บาร์เดม (Javier Ángel Encinas Bardem) รับบทเป็น  กัปตัน อามานโด ซาลาซ่า

ฆาบิเอร์ อังเฆล เอนซินัส บาร์เดม (Javier Ángel Encinas Bardem) รับบทเป็น  กัปตัน อามานโด ซาลาซ่า

เจฟฟรีย์ รอย รัช ( Geoffrey Roy Rush ) รับบทเป็น กัปตันบาร์บอสซา

เจฟฟรีย์ รอย รัช ( Geoffrey Roy Rush ) รับบทเป็น กัปตันบาร์บอสซา

เบรนตัน ทเวทส์ ( Brenton Thwaites) รับบทเป็น เฮนรี่ เทิร์นเนอร์

เบรนตัน ทเวทส์ ( Brenton Thwaites) รับบทเป็น เฮนรี่ เทิร์นเนอร์

คายา สโคเดลาริโอ(Kaya Scodelario) รับบทเป็น คาริน่า บาร์โบสซ่า

คายา สโคเดลาริโอ(Kaya Scodelario) รับบทเป็น คาริน่า บาร์โบสซ่า

ออร์แลนโด โจนาธาน บลานชาร์ด บลูม ( Orlando Jonathan Blanchard Bloom) รับบทเป็น ช่างตีเหล็ก วิลล์ เทอร์เนอร์

ออร์แลนโด โจนาธาน บลานชาร์ด บลูม ( Orlando Jonathan Blanchard Bloom) รับบทเป็น ช่างตีเหล็ก วิลล์ เทอร์เนอร์

เคียรา คริสตินา ไนต์ลีย์ ( Keira Christina Knightley) รับบทเป็น เอลิซาเบธ สวอนน์

เคียรา คริสตินา ไนต์ลีย์ ( Keira Christina Knightley) รับบทเป็น เอลิซาเบธ สวอนน์

ตัวอย่างภาพยนตร์

https://youtu.be/I5vsI0M7x-A

ไฮไลท์ของหนัง

1. ความเสียสละของพ่อ ฉากสุดท้ายที่กัปตันบาร์บอซ่า พยายามช่วยลูกสาวและทุกคน จนต้องสละชีวิต ต้องยอมรับว่าน้ำตาซึม เพราะไม่เคยเห็นบาบอร์ซ่าในมุมที่ละมุน อบอุ่นแบบนี้

2. ความพยายามช่วยพ่อล้างคำสาป เฮนรี่ที่พยายามช่วยพ่อคือวิลล์ ในการล้างคำสาป และกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเป็นครอบครัวอีกครั้ง บุกตะลุยโดยไม่รู้ว่าตรีศูลจะมีจริงมั้ย หรือว่าได้ผลรึป่าว

3. แจ็คตัวร้ายก็มาสร้างสีสันของการใช้กลโกงเหมือนเดิม หลอกใช้คนอื่นเพื่ออยากได้ตรีศูลมาจัดการซาลาซาร์ แต่สุดท้ายก็ต้องร่วมมือกันช่วยกับพระเอกอยู่ดี ก็ไม่รู้จะหลอกใช้คนอื่นทำไม พิลึกคนดีจริง

ไฮไลท์ของหนัง

เท่าที่ดู น่าจะเป็นภาคสุดท้ายของจักรวาลโจรสลัดแล้วค่ะ นอกจากจะคิดมุกใหม่ได้ เช่น ให้เดวี่โจนส์คนเดิมกลับฟื้นขึ้นมาอะไรทำนองนี้ แต่ก็คิดว่าคงจะยาก ถึงจะยิ่งทำแล้วยิ่งด้อยลง แต่ก็ยังแอบหวังให้สร้างต่ออยู่ดี

ที่มาเพิ่มเติม
th.wikipedia.org

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการภาพยนต์แนวหน้าในประเทศไทย