รีวิวหนัง   Star Wars: Episode I – The Phantom Menace

รีวิวหนัง Star Wars: Episode I – The Phantom Menace

หัวข้อสำคัญในบทความ

ภาพยนตร์เรื่อง Star Wars: Episode I – The Phantom Menace หรือที่รู้จักในชื่อไทย  สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 1 ภัยซ่อนเร้น ภาพยนตร์ดำเนินเรื่อง 32 ปีก่อน ไตรภาคเดิม ในยุคสาธารณรัฐกาแลกติก เล่าเรื่องราวของอาจารย์เจได ไควกอน จินน์ และศิษย์ของเขา โอบีวัน เคโนบี ขณะที่พวกเขาพยายามปกป้อง ราชินี แพดเม่ อมิดาลา แห่ง นาบู โดยหวังว่าจะยุติข้อพิพาททางการค้าระหว่างดวงดาวได้โดยสันติ ต่อมาทั้งสองคนได้พบกับ อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ทาสเด็กที่มีสัมผัสแรงกล้าในพลัง พวกเขาต่อสู้ไปพร้อม ๆ กันกับการกลับมาอย่างลึกลับของซิธ ฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 1999 เกือบ 16 ปีหลัง การกลับมาของเจได ฉายครั้งแรก รอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์ครองพื้นที่สื่อจำนวนมาก และได้รับการคาดหวังอย่างมากเนื่องจากวัฒนธรรมขนาดใหญ่ ที่เกิดขึ้นหลังมหากาพย์เรื่อง สตาร์ วอร์ส ได้รับการปลูกฝังมาอย่างยาวนาน ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จในบ็อกซ์ออฟฟิศและทำลายสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศมากมายในช่วงเปิดตัว ทำรายได้ทั่วโลกมากกว่า 924.3 ล้านเหรียญสหรัฐเลยที่เดียว

รีวิวหนัง   Star Wars: Episode I – The Phantom Menace 1

เรื่องราวเริ่มในปีที่ 32 ก่อนยุทธการยาวิน เกิดความขัดแย้งกันขึ้นในเรื่องเกี่ยวกับการค้าระหว่างสหพันธ์พาณิชย์กับดาวนาบู (Naboo) ซึ่งก่อให้เกิดการปิดล้อมดาวนาบูขึ้น สมุหนายกวาโลรัมได้ลอบส่งอัศวินเจไดสองนาย คือ ไควกอน จินน์ (Qui-Gon Jinn) และโอบีวัน เคโนบี (Obi-Wan Kenobi) ออกไปแก้ปัญหาอย่างลับๆ แต่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า แท้จริงแล้วสหพันธ์พาณิชย์นั้นได้ร่วมมือกับดาร์ธ ซิเดียส (Darth Sidious) ผู้ลึกลับ ซึ่งเป็นผู้สั่งการรุกรานดาวนาบู และสั่งฆ่าเจไดทั้งสองทันทีที่เดินทางไปถึงยังยานสหพันธ์ แต่อย่างไรก็ตาม ไควกอน และโอบีวันก็หลบหนีออกมาได้และเดินทางไปยังพื้นผิวดาวนาบู บนดาวนาบู เจไดทั้งสองได้พบกับจาร์ จาร์ บิงคส์ (Jar Jar Binks) ชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่บนดาวนาบู จาร์ จาร์ บิงส์ช่วยพาเจไดทั้งสองคนหลบหนีกองทัพสหพันธ์ฯ ไปยังนครกันก้าเมืองใต้บาดาลของชาวกันแกน ในขณะเดียวกันทางด้านสหพันธ์ฯ ก็บุกรุกเข้าสู่นาบูและจับตัวราชินีแพดเม่ อมิดาลา (Queen Amidala) ผู้นำนาบูไว้ ด้านเจไดได้พบกับบอสแนซ (Boss Nass) ผู้นำชาวกันแกน และขอให้แนซช่วยชาวนาบู แต่แนซปฏิเสธและให้ยานแก่เจไดทั้งสองไป

ประเภทหนังepic space opera
กำกับโดยจอร์จ ลูคัส
บทภาพยนตร์โดยจอร์จ ลูคัส
ถือลิขสิทธิ์และสร้างโดยลูคัสฟิล์มทเวนตีท์เซนจูรีฟอกซ์
คะแนน IMDb6.5

ด้วยยานดังกล่าว เจไดทั้งสองพร้อมด้วยจาร์จาร์บิงส์ได้เดินทางไปถึงเมืองหลวงของนาบู และเข้าช่วยเหลือราชินีอมิดาล่าจากกองทัพดรอย์ของสหพันธ์ไว้ได้ จากนั้นพวกเขาเดินทางสู่คอรัสซานท์ (Coruscant) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐ (Galactic Republic) เพื่อขอความช่วยเหลือจากสภาสูง ในระหว่างการเดินทางหลบหนีออกจากดาวนาบูนั้น ดรอย์ตัวหนึ่ง รหัส R2-D2 ได้กลายเป็นฮีโร่ เมื่อสามารถช่วยซ่อมแซมยานขณะถูกยานของสหพันธ์ไล่ยิงได้ อย่างไรก็ตาม จากการถูกโจมตีระหว่างเดินทางหลบหนีนั้น ทำให้จำเป็นต้องลงจอดยานบนดาวทะเลทรายทาทูอีนเพื่อทำการซ่อมแซม ในระหว่างหาซื้ออะไหล่ที่ต้องการอยู่นั้น พวกเขาก็ได้พบกับอนาคิน สกายวอล์คเกอร์ (Anakin Skywalker) ทาสของพ่อค้าอะไหล่ชาวต่างดาวนามวัตโต้ (Watto) อนาคินเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ทางด้านการเป็นนักบินและการประดิษฐ์สิ่งจักรกลต่างๆ (เขาได้สร้างดรอย์ตัวหนึ่งได้เกือบสมบูรณ์ โดยให้ชื่อว่า ซีทรีพีโอ (C-3PO) ไควกอน จินสัมผัสถึงพลังที่แข็งแกร่งในตัวอนาคิน และรู้สึกว่าเขาอาจเป็นผู้ที่ถูกเลือก และนำสมดุลมาสู่พลัง ตามคำทำนายโบราณของเจได

รีวิวหนัง   Star Wars: Episode I – The Phantom Menace 2

ไควกอนนำอนาคินเข้าสู่การแข่งขันพอดเรซ (podrace) และพนันกับวัตโต้ในการให้อิสระแก่อนาคินหากอนาคินชนะการแข่งขัน (เพียงอนาคินเท่านั้น เนื่องจากไควกอนไม่สามารถต่อรองขอแลกอิสรภาพของทั้งอนาคินและแม่ได้) พร้อมกับไควกอนจะได้อะไหล่ยานที่ต้องการ อนาคินชนะการแข่งขันและได้ร่วมเดินทางสู่คอรัสซานท์ซึ่งไควกอนตั้งใจจะขออนุญาตจากสภาเจไดในการฝึกฝนอนาคินให้เป็นเจได แต่ในขณะเดียวกันนั้นดาร์ธ มอล (Darth Maul) ศิษย์ของซีเดียสได้ถูกส่งมายังทาทูอีนเพื่อกำจัดเจไดทั้งสองและจับตัวควีนอมิดาล่า โดยดาร์ธ มอลปรากฏตัวขึ้นในขณะที่พวกไควกอนกำลังจะขึ้นยานเพื่อเดินทางออกจากทาทูอีน ดาร์ธ มอลได้ต่อสู้กับไควกอน แต่ไควกอนก็สามารถขึ้นยานและเดินทางออกจากทาทูอีนได้สำเร็จ

รีวิวหนัง   Star Wars: Episode I – The Phantom Menace 3

ภาคนี้ หนังขาย Effect กันเต็มที่เลยค่ะ แน่นอน ด้านเนื้อหาไม่ค่อยมีอะไรนัก ดูเอาจินตนาการแล้วกัน แค่ Effect ก็ละลานตาแล้ว ความมันส์ก็โอเคนะคะ การตีกันช่วงท้ายเรื่องทำได้ยิ่งใหญ่ดีทีเดียว รวมไปถึงการดวลดาบเลเซอร์ ซึ่งภาคนี้ถือได้ว่าดวลกันมันส์กว่าตอนที่ผ่านๆ มามากทีเดียว

นักแสดงนำของเรื่อง 

วิลเลียม จอห์น “เลียม” นีสัน, โอบีอี (William John “Liam” Neeson, OBE) รับบทเป็น    ไควกอน จิน

วิลเลียม จอห์น "เลียม" นีสัน, โอบีอี (William John "Liam" Neeson, OBE) รับบทเป็น ไควกอน จิน

ยวน กอร์ดอน แม็คเกรเกอร์ ( Ewan Gordon McGregor ) รับบทเป็น     โอบีวัน เคโนบี

ยวน กอร์ดอน แม็คเกรเกอร์ ( Ewan Gordon McGregor ) รับบทเป็น     โอบีวัน เคโนบี

นาตาลี พอร์ตแมน ( Natalie Portman ) รับบทเป็น    แพดเม่ อมิดาล่า

นาตาลี พอร์ตแมน ( Natalie Portman ) รับบทเป็น    แพดเม่ อมิดาล่า

เจค ลอยด์  (  Jake Lloyd ) รับบทเป็น     อนาคิน สกายวอล์คเกอร์

เจค ลอยด์  (  Jake Lloyd ) รับบทเป็น     อนาคิน สกายวอล์คเกอร์

ซามูเอล ลีรอย แจ็กสัน ( Samuel Leroy Jackson) รับบทเป็น   เมซ วินดู

ซามูเอล ลีรอย แจ็กสัน ( Samuel Leroy Jackson) รับบทเป็น   เมซ วินดู

แฟรงค์ ออซ ( Frank Oz ) รับบทเป็น   โยดา

แฟรงค์ ออซ ( Frank Oz ) รับบทเป็น   โยดา

ตัวอย่างภาพยนตร์

https://youtu.be/bD7bpG-zDJQ

ไฮไลท์ของหนัง

1. ส่วนดารานี่ผมว่าก็ขายฝีมือทั้งนั้น ซึ่งถือเป็นสไตล์ของ George Lucas เหมือนกันที่พี่แกจะไม่ค่อยเอาชื่อดารามาขายเท่าไหร่ แกจะคัดคนตามความเหมาะสม แล้วมันก็เหมาะสมจริงๆ ด้วย

2. นักแสดงอย่าง Samuel L. Jackson ที่มารับบทเป็น เมซ วินดู อาจารย์เจไดดาบสีม่วงเป็นอีกหนึ่งคนที่แสดงออกมาได้ดี และเป็นที่น่าจดจำ รู้เลยว่าทำไม จอร์จ ลูคัส ถึงเลือกเขา

3. ฉากต่อสู้ช่วงท้ายเรื่องเป็นอีกสิ่งที่หนังภาคนี้ทำออกมาได้ดีทำออกมาได้ยิ่งใหญ่สมกับหนังอย่าง Star Wars และการดวลดาบเลเซอร์ ซึ่งภาคนี้ถือได้ว่าดวลกันมันส์กว่ามากจริงๆ

รีวิวหนัง   Star Wars: Episode I – The Phantom Menace 4

สรุปแล้วโดยรวม Star Wars Episode I: The Phantom Menace จึงเป็นจุดเริ่มต้นของมาหาสงครามจักรวาลได้อย่างที่มันควรเป็น เพราะมันได้เปิดโอกาสให้กับความโลภ อำนาจ ความกลัว และยิ่งความกลัวก่อร่างมากขึ้น ความโกลาหลก็บังเกิดได้ไม่ยาก จึงอยากให้ทุกคนลองไปหามาชมกันค่ะ

ที่มาเพิ่มเติม
https://en-m-wikipedia-org.translate.goog/

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการภาพยนต์แนวหน้าในประเทศไทย