รีวิวหนัง   Star Wars: Return of the Jedi

รีวิวหนัง Star Wars Return of the Jedi

หัวข้อสำคัญในบทความ

ภาพยนตร์เรื่อง Star Wars: Return of the Jedi หรือที่รู้จักในชื่อไทย  สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 6 การกลับมาของเจได เป็นภาพยนตร์เรื่องที่สามของแฟรนไชส์ และเป็นภาคต่อของ สตาร์วอร์ส 2 (1980) และเป็นตอนที่หกใน มหากาพย์สกายวอล์คเกอร์ และเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ใช้เทคโนโลยี THX ภาพยนตร์ดำเนินหลังเหตุการณ์ใน สตาร์วอร์ส 2 หนึ่งปี ภาพยนตร์ฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ. 1983 ได้รับการตอบรับที่ดี ภาพยนตร์ทำเงิน 374 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการฉายครั้งแรก กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดในปี ค.ศ. 1983 มีการฉายใหม่หลายครั้งและมีการปรับปรุงภาพยนตร์เรื่อยมาอีกหลายทศวรรษ จนทำให้ภาพยนตร์ทำเงินทั้งหมด 475 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก

รีวิวหนัง   Star Wars: Return of the Jedi 1

เรื่องราวเริ่มที่อัศวินเจได ลุค สกายวอล์คเกอร์ ได้เดินทางกลับทาทูอีนดาวบ้านเกิดเพื่อช่วยฮัน โซโลจากเงื้อมมือจอมโจรวายร้ายแจบบา เดอะ ฮัทท์ เจ้าหญิงเลอาได้นำฮันออกมาจาก คาร์บอนไนต์ได้ แต่โชคร้ายกลับถูกแจบบาจับตัวไว้ เมื่อลุคมาต่อรองให้ปล่อยตัวพวกฮันแต่ก็โดนแจบบาใช้เล่ห์กลจับไว้อีกคน และถูกนำตัวไปประหารชีวิต สถานการณ์กลับผลิกผันเมื่อลุคที่ได้รับกระบี่แสงที่ซ่อนอยู่ในหุ่น อาร์ทูดีทู ได้แสดงพลังที่แท้จริงของเจไดทำให้เขาทำลายพวกของแจบบาลงและช่วยเหลือฮันและเพื่อน ๆ ออกมาได้สำเร็จ ลุคแยกตัวไปหาโยดาเพื่อฝึกให้สำเร็จ แต่โยดาก็ได้บอกว่าเขาสำเร็จวิชาแล้ว รวมทั้งบอกความจริงเกี่ยวกับสกายวอล์คเกอร์อีกคน ก่อนที่เขาจะจากไป ทำให้ลุครู้จากจิตใต้สำนึกของเขาว่าว่าสกายวอล์คเกอร์อีกคนก็คือเลอา ซึ่งแท้จริงแล้วคือน้องสาวฝาแฝดของเขานั่นเอง

ประเภทหนังepic space opera
กำกับโดยริชาร์ด มาร์ควานด์
บทภาพยนตร์โดยลอว์เรนซ์ แคสแดนจอร์จ ลูคัส
ถือลิขสิทธิ์และสร้างโดยลูคัสฟิล์มทเวนตีท์เซนจูรีฟอกซ์
คะแนน IMDb8.3

ฝ่ายฮันที่ไปรวมกับกองกำลังกบฏที่รออยู่ จึงได้รู้ถึงการสร้างดาวมรณะดวงที่สอง และรู้ว่าองค์จักรพรรดิจะเสด็จไปดูการก่อสร้าง ด้วยตัวเอง ฝ่ายกบฏจึงถือเอาโอกาสนี้จัดการกับดาวมรณะและ จักรพรรดิไปพร้อม ๆ กันแต่ปัญหาคือดาวมรณะมีเกราะป้องกันที่สร้างโดย เครื่องกำเนิดพลังงาน บนดวงจันทร์เอนดอร์ พวกฮัน และลุคที่เดินทางมาสมทบจึงอาสาไปทำลายมันลง โดยได้ขโมยยานขนส่งของฝ่ายจักรวรรดิ ลอบเข้าไปในดวงจันทร์เอนดอร์ แต่ดาร์ธ เวเดอร์ ก็ได้รู้ถึงการกลับมาของลุคและบอกกับจักรพรรดิว่าจะเป็นคนไปนำตัวลุคมาเอง

รีวิวหนัง   Star Wars: Return of the Jedi 2

ฝ่ายฮันและเลอาเมื่อติดกับของฝ่ายจักรวรรดิจนเกือบเสียที แต่ก็ได้อีว็อคหรือพวกหมีแคระ ชนเผ่าพื้นเมืองบนดวงจันทร์ช่วยเหลือจึงสามารถทำลายเครื่องกำเนิดพลังงานได้ ส่วนลุคก็แยกไปเผชิญหน้ากับดาร์ธ เวเดอร์เพียงลำพังเพื่อกล่อมเขาให้กลับสู่ด้านดีลุคต่อสู้จนชนะเขาตัดมือขวาของเวเดอร์ขาด แต่ไม่ยอมกำจัดเวเดอร์ซึ่งเป็นพ่อของตน จักรพรรดิ เห็นว่าลุคไม่ยอมตกอยู่ใต้อำนาจของด้านมืด จึงหมายจะสังหารลุคโดยใช้พลังสายฟ้าซึ่งเป็นอาวุธสำคัญของพวกซิธ แต่ว่าดาร์ธ เวเดอร์ ซึ่งทนเห็นลูกชายตายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ จึงคิดได้และได้กลับมาเป็นอนาคิน สกายวอล์คเกอร์เข้าช่วยเหลือลูกชาย โดยทำลายจักรพรรดิด้วยมือของเขาเอง เขายกร่างของจักรพรรดิขึ้น พลังสายฟ้าจึงหันพุ่งมายังอนาคินเขาทุ่มจักรพรรดิลงไปในช่องอากาศ เขากล่าวขอบคุณลุคที่ช่วยให้เขากลับสู่ด้านสว่างได้สำเร็จ

รีวิวหนัง   Star Wars: Return of the Jedi 3

ภาคนี้เนื้อหา ค่อนข้างอ่อนสุด แต่ขณะเดียวกัน ฉากการต่อสู้ ผจญภัยก็มีมากที่สุดด้วย เพราะมันเป็นตอนสรุปแล้วนี่ครับ ต้องตีกันให้เต็มที่หน่อยแต่ถึงกระนั้นหนังก็ยังมีช่วงอืดอยู่บ้างตอนกลางๆ เรื่อง ที่พวกลุคได้ไปเจอกับพวกอีวอคนั่นแหละครับ อาจมีแผ่วๆไปบ้างก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้

นักแสดงนำของเรื่อง 

แคร์รี ฟรานเซส ฟิชเชอร์ ( Carrie Frances Fisher) รับบทเป็น    พลเอกเลอา ออร์กานา

แคร์รี ฟรานเซส ฟิชเชอร์ ( Carrie Frances Fisher) รับบทเป็น    พลเอกเลอา ออร์กานา

มาร์ก ริชาร์ด แฮมิลล์ ( Mark Richard Hamill)  รับบทเป็น ลุค สกายวอล์คเกอร์

มาร์ก ริชาร์ด แฮมิลล์ ( Mark Richard Hamill)  รับบทเป็น ลุค สกายวอล์คเกอร์

แฮร์ริสัน ฟอร์ด (Harrison Ford) รับบทเป็น    ฮัน โซโล

แฮร์ริสัน ฟอร์ด (Harrison Ford) รับบทเป็น    ฮัน โซโล

เซอร์ อเล็ก กินเนสส์ (  Alec Guinness) รับบทเป็น โอบีวัน เคโนบี

เซอร์ อเล็ก กินเนสส์ (  Alec Guinness) รับบทเป็น โอบีวัน เคโนบี

บิลลี่ ดี. วิลเลี่ยม ( Billy Dee Williams) รับบทเป็น   แลนโด คาลริสเซียน

บิลลี่ ดี. วิลเลี่ยม ( Billy Dee Williams) รับบทเป็น   แลนโด คาลริสเซียน

แฟรงค์ ออซ ( Frank Oz ) รับบทเป็น โยดา

แฟรงค์ ออซ ( Frank Oz ) รับบทเป็น โยดา

ตัวอย่างภาพยนตร์

https://youtu.be/cjKDEMt2DXc

ไฮไลท์ของหนัง

1. ฉากการต่อสู้ระหว่างแจ๊บบ้า เดอะ ฮัตต์ ไอ้หนอนยักษ์ตัวอ้วนๆ ที่เป็นมาเฟียจักรวาลน่ะ กับลุคเป็นอีกหนึ่งฉากที่ชอบในภาคนี้สนุกมากถึงจะผ่านมาหลายปีแล้วกว่าจะได้ดูแต่ก็ยังสนุก

2. นักแสดงเล่นได้เข้าขากันดีจนไม่รู้จะยังไง ดาราอย่าง Ian McDiarmid  ในบทจักรพรรดิหน้าเละ ซึ่งภาคก่อนเขาไม่ได้เล่น เป็นคนอื่นเล่นน่ะก็เล่นได้ดีสมบทบาท

3. คือหนังแนวที่สื่อถึงความ วิปริต บิดเบี้ยวของโลกมนุษย์เรา Lynch นี่ขยันหาสิ่งที่ผิดปกติบิดเบี้ยวมานำเสนอ และอย่างที่เราได้เห็นกันมาตลอดว่าเขาทำออกมาได้ดีด้วย

รีวิวหนัง   Star Wars: Return of the Jedi 4

สรุปแล้วโดยรวมในภาคนี้ยังเป็นหนังในเฟรนไชส์ที่ยังคงดูสนุกในแบบของ Star Wars อยากให้คนที่ยังไม่เคยดูลองไปหามาชมกันดูนะคะรับรองว่าสนุกแน่นอน

ที่มาเพิ่มเติม
en-m-wikipedia-org.translate.goog

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการภาพยนต์แนวหน้าในประเทศไทย