รีวิวหนัง   Star Wars: The Last Jedi

รีวิวหนัง Star Wars: The Last Jedi

หัวข้อสำคัญในบทความ

ภาพยนตร์เรื่อง Star Wars: The Last Jediหรือที่รู้จักในชื่อไทย สตาร์ วอร์ส: ปัจฉิมบทแห่งเจได เป็นภาคที่ 8 ของแฟรนไชส์หนัง สตาร์ วอร์ส และ เป็นภาพยนตร์ลำดับที่ 2 ในไตรภาคต่อของภาพยนตร์ชุด สตาร์ วอร์ส ต่อจากภาพยนตร์เรื่อง สตาร์ วอร์ส: อุบัติการณ์แห่งพลัง (พ.ศ. 2558) และนี่ยังเป็นผลงานการแสดงครั้งสุดท้ายของแคร์รี่ ฟิชเชอร์ ก่อนจะเสียชีวิตเมื่อธันวาคม พ.ศ. 2559 โดยภาพยนตร์ได้ลงคำอุทิศให้ เนื้อเรื่องเล่าเรื่องของเรย์ที่ไปฝึกวิชาเจไดกับลุค สกายวอล์คเกอร์ เพื่อช่วยเหลือฝ่ายต่อต้านที่ยังต่อสู้กับไคโล เร็น และปฐมภาคี ปัจฉิมบทแห่งเจได ออกฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่ลอสแอนเจลิสเมื่อ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2560 และออกฉายทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ทำรายได้กว่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก และได้รับเสียงวิจารณ์ในเชิงบวกเป็นส่วนใหญ่ นักวิจารณ์ชื่นชมเนื้อเรื่อง นักแสดง ฉากแอกชัน เทคนิคภาพพิเศษ ดนตรีประกอบ และน้ำหนักทางอารมณ์ของภาพยนตร์ บ้างก็ถือว่าเป็นภาพยนตร์ สตาร์ วอร์ส ภาคที่ดีที่สุดอีกด้วย

รีวิวหนัง   Star Wars: The Last Jedi 1

เรื่องราวเริ่มที่นักรบฝ่ายต่อต้านนำโดยนายพลเลอา ออร์กานา หลบหนีจากฐานทัพขณะที่ทัพยานปฐมภาคีมาถึง โพ ดาเมรอน นำกองยานเข้าโจมตีตอบโต้จนได้รับชัยชนะ เปิดโอกาสให้เหล่ากองยานฝ่ายต่อต้านหลบหนีเข้าไฮเปอร์สเปซได้แต่ก็สูญเสียผู้คนและยานอวกาศไปมาก แม้กระนั้นปฐมภาคีก็ยังติดตามมาได้ผ่านอุปกรณ์ติดตามผ่านไฮเปอร์สเปซ ไคโล เรนได้นำกองยานทำลายยานรบของฝ่ายต่อต้าน แต่ยังลังเลที่จะเหนี่ยวไกปืนเพื่อทำลายยานฝ่ายต่อต้านเมื่อรับรู้ได้โดยพลังว่าเลอาแม่ของตนอยู่บนยานนั้น ยานรบไทไฟเตอร์ลำอื่นได้ทำลายหอบังคับการของยานฝ่ายต่อต้านทำให้ผู้นำหลายคนเสียชีวิตและเลอาบาดเจ็บหนัก รองผู้การโฮลโดจึงต้องขึ้นมาทำหน้าที่บังคับบัญชาแทน โพ ฟินน์ บีบีเอท และช่างเครื่องโรส ทิโค ไม่เห็นด้วยกับยุทธศาสตร์แบบตั้งรับของโฮลโด จึงวางแผนกันเองอย่างลับ ๆ เพื่อลอบปิดการทำงานของเครื่องติดตามบนยานของปฐมภาคี ระหว่างนั้นเรย์เดินทางพร้อมกับชิวแบคคาและอาร์ทูดีทูด้วยยาน มิลเลนเนียม ฟาลคอน ไปถึงดาวเคราะห์อัคโตอันห่างไกล เพื่อชักชวนลุค สกายวอล์คเกอร์ ให้ร่วมต่อสู้ไปกับฝ่ายต่อต้าน 

ประเภทหนังepic space opera
กำกับโดยไรอัน จอห์นสัน
บทภาพยนตร์โดยไรอัน จอห์นสัน
ถือลิขสิทธิ์และสร้างโดยลูคัสฟิล์มวอลท์ดิสนีย์สตูดิโอโมชั่นพิคเจอร์ส
คะแนน IMDb7.8

ลุคปฏิเสธเนื่องจากปักใจเชื่อว่าเจไดเป็นความล้มเหลว แม้จะทราบข่าวการเสียชีวิตของฮัน โซโลแล้วก็ยังคงปฏิเสธ ระหว่างนั้นเองลุคไม่รู้เลยว่าเรย์กับไคโลได้แอบติดต่อกันผ่านทางพลัง ในที่สุดด้วยความช่วยเหลือของอาร์ทูดีทู ลุคก็ได้ตัดสินใจจะสอนบทเรียนเรื่องของพลังให้กับเรย์ ลุคกับไคโลเล่าเหตุการณ์ที่ทำให้ไคโลหันเข้าสู่ด้านมืดแตกต่างกัน โดยลุคเล่าว่าเขาเคยเผลอคิดจะฆ่าไคโลเมื่อสัมผัสได้ว่าผู้นำสูงสุดสโน้คได้ครอบงำจิตใจเขา ทำให้ไคโลทำลายนิกายเจไดใหม่ของลุค เรย์เชื่อว่าไคโลยังมีด้านดีหลงเหลือและยังมีโอกาสกลับใจได้ จึงเดินทางออกจากอัคโตไปเพื่อเผชิญหน้ากับไคโลโดยปราศจากลุค ลุคเตรียมตัวเผาคลังความรู้แห่งเจไดบนดาวแต่ลังเลไปชั่วครู่ ก่อนที่จะได้พบกับวิญญาณพลังของโยดา ผู้ช่วยลุคทำลายคลังความรู้และชี้แนะว่าลุคควรจะเรียนรู้จากความผิดพลาด

รีวิวหนัง   Star Wars: The Last Jedi 2

โฮลโดเปิดเผยว่าแผนของเธอคือแอบลำเลียงเหล่านักรบฝ่ายต่อต้านขึ้นยานอพยพลำเล็กและหลบหนี โพเห็นว่าเป็นการกระทำที่เสี่ยงและขี้ขลาดจึงก่อกบฎขึ้นบนยาน ฟินน์ โรส และบีบีเอท เดินทางไปยังแคนโต้ไบต์เพื่อขอความช่วยเหลือจากนักถอดรหัส และได้พบกับดีเจซึ่งอ้างว่าตนสามารถปลดรหัสและหยุดการทำงานของเครื่องติดตามได้ พวกเขาแทรกซึมเข้าไปบนยานของสโน้ค แต่ถูกกัปตันฟาสม่าจับตัวได้ ในขณะที่บีบีเอทหลบหนีไปได้ ขณะเดียวกันเรย์ก็มาถึงยาน ไคโลพาเธอไปพบสโน้ค สโน้คเปิดเผยว่าเขาเป็นผู้เชื่อมกระแสจิตให้เรย์กับไคโล เป็นแผนเพื่อทำลายลุค แม้สโน้คจะออกคำสั่งให้ไคโลฆ่าเรย์ แต่เรย์กลับฆ่าสโน้ค ทั้งสองร่วมกันต่อสู้กับทหารองครักษ์ของสโน้คจนได้รับชัยชนะ ไคโลชักชวนให้เรย์เข้าร่วมปกครองกาแลกซีแต่เรย์ปฏิเสธ ทั้งสองใช้พลังพยายามแย่งชิงกระบี่แสงของอนาคิน สกายวอล์คเกอร์ จนสุดท้ายกระบี่แสงเล่มนั้นก็แตกออกเป็นสองส่วน

รีวิวหนัง   Star Wars: The Last Jedi 3

ต้องบอกว่าภาคนี้เป็นภาคที่ยาวที่สุดในแฟรนไชส์สตาร์วอร์สแล้ว เพราะลากยาวถึง 152 นาที แต่ก็เป็นภาคที่อัดแน่นไปด้วยความสนุกสนาน ไม่ได้มีช่วงเวลานาทีไหนที่ปล่อยให้ง่วงเหงาหาวนอนได้เลย เป็นภาคที่หวังตลาดวงกว้างอย่างจริงจัง และปั้นตัวละครเจเนอเรชั่นใหม่ขึ้นมาเพื่อกวาดสาวกสตาร์วอร์สรุ่นใหม่ ๆ เพราะดิสนีย์ก็ปล่อยข่าวแล้วว่ากำลังเตรียมงานไตรภาคต่อไปแล้วด้วย

นักแสดงนำของเรื่อง 

แคร์รี ฟรานเซส ฟิชเชอร์ ( Carrie Frances Fisher) รับบทเป็น    พลเอกเลอา ออร์กานา

แคร์รี ฟรานเซส ฟิชเชอร์ ( Carrie Frances Fisher) รับบทเป็น    พลเอกเลอา ออร์กานา

มาร์ก ริชาร์ด แฮมิลล์ ( Mark Richard Hamill)  รับบทเป็น ลุค สกายวอล์คเกอร์

มาร์ก ริชาร์ด แฮมิลล์ ( Mark Richard Hamill)  รับบทเป็น ลุค สกายวอล์คเกอร์

จอห์น โบเยกา ( John Boyega ) รับบทเป็น     ฟินน์ อดีตสตอร์มทรูปเปอร์

จอห์น โบเยกา ( John Boyega ) รับบทเป็น     ฟินน์ อดีตสตอร์มทรูปเปอร์

อดัม ไดรเวอร์ ( Adam Driver) รับบทเป็น     ไคโล เร็น

อดัม ไดรเวอร์ ( Adam Driver) รับบทเป็น     ไคโล เร็น

เดซี แจ๊ส ไอโซเบล ริดลีย์ ( Daisy Jazz Isobel Ridley )รับบทเป็น    เรย์

เดซี แจ๊ส ไอโซเบล ริดลีย์ ( Daisy Jazz Isobel Ridley )รับบทเป็น    เรย์

ออสการ์ ไอแซค ( Óscar Isaac Hernández Estrada) รับบทเป็น   โพ ดาเมรอน

ออสการ์ ไอแซค ( Óscar Isaac Hernández Estrada) รับบทเป็น   โพ ดาเมรอน

ตัวอย่างภาพยนตร์

https://youtu.be/Q0CbN8sfihY

ไฮไลท์ของหนัง

1. ในภาคนี้จะมีฉากปฏิบัติการบนอวกาศอย่างจริงจัง ถ้าใครชอบฉากยานรบโจมตีต่อสู้กัน ได้ดูจุใจแน่นอนเลยค่ะ เพราะเล่นฉากใหญ่กันตั้งแต่เปิดเรื่องเลยสมกับเป็นหนัง สตาร์ วอร์ส

2. บรรดาฉากแอ็คชั่นเล็กใหญ่ก็ระดมมาต่อเนื่อง ยานคลาสสิกมากันครบทั้ง X-Wing , TIE Fighter และ AT-TA หรือยานรบเดินสองขาที่คุ้นตากันดีก็มาด้วย มิลเลเนียม ฟอลคอน ก็กลับมาโชว์ลวดลายแก่แต่เก๋ากันครบ

3. และอีกอย่างที่แฟนหนัง สตาร์ วอร์ส อาจไม่คุ้นแต่ดีคือบรรดามุกตลกที่อัดมาถี่ ได้เสียงหัวเราะดังลั่นตั้งแต่ 5 นาทีแรก หลังจากนั้นมุกเล็กมุกใหญ่ก็มาเพียบเป็นสีสันที่ดี

รีวิวหนัง   Star Wars: The Last Jedi 4

ความขลังทั้งในส่วนของเจไดและซิธแทบเลือนหายเพราะถูกเบียดบังด้วยสีสันความบันเทิง ก็เป็นไปตามทิศทางการตลาดของดิสนีย์ ซึ่งแน่นอนว่าได้ผลลัพธ์กลับมาเป็นรายรับมหาศาลคุ้มค่าการลงทุนที่ซื้อลูคัสฟิล์มมาแน่นอน แต่ก็แลกด้วยการหายไปของกลิ่นอายที่คุ้นเคย อย่างไรก็ดีสรุปได้ว่าเป็นภาคต่อที่สนุกมากน่าดูไม่ควรพลาด

ที่มาเพิ่มเติม
https://en-m-wikipedia-org.translate.goog/

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการภาพยนต์แนวหน้าในประเทศไทย