รีวิวหนัง   Star Wars: The Rise of Skywalker

รีวิวหนัง Star Wars: The Rise of Skywalker

หัวข้อสำคัญในบทความ

ภาพยนตร์เรื่อง Star Wars: The Rise of Skywalker หรือที่รู้จักในชื่อไทย สตาร์ วอร์ส: กำเนิดใหม่สกายวอล์คเกอร์ เป็นภาพยนตร์ลำดับที่สามและลำดับสุดท้ายในชุดภาพยนตร์ไตรภาคต่อของ สตาร์ วอร์ส ต่อจาก สตาร์ วอร์ส: ปัจฉิมบทแห่งเจได กำเนิดใหม่สกายวอล์คเกอร์ เล่าเรื่องของเรย์ ฟินน์ และโพ ดาเมรอน ที่ร่วมกันนำทัพขบวนการฝ่ายต่อต้านเข้าร่วมต่อสู้ครั้งสุดท้ายเพื่อต่อกรกับผู้นำสูงสุดไคโล เรน และปฐมภาคี ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากจักรพรรดิพัลพาทีนที่กลับมาจากความตาย และ จอห์น วิลเลี่ยมส์ กลับมาประพันธ์ดนตรีประกอบให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายในชุดอีกด้วย ในภาคนี้ใช้ทุนสร้างสูงถึง 416 ล้านดอลลาร์ จึงเป็นภาพยนตร์ที่แพงที่สุดอันดับสามที่เคยสร้างมา The Rise of Skywalkerฉายรอบปฐมทัศน์ในลอสแองเจลิสเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2019 และเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ในภาคนี้หนังทำรายได้รวมกว่า 1.077 พันล้านดอลลาร์ทั่วโลก ทำให้เป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดอันดับที่ 7 ของปี 2019 แม้ว่าจะเป็นภาคที่ทำรายได้ต่ำที่สุดในไตรภาคนี้ แต่ก็มีกำไรสุทธิประมาณ 300 ล้านเหรียญเลยที่เดียว

รีวิวหนัง   Star Wars: The Rise of Skywalker 1

เรื่องราวหนึ่งปีหลังการรบบนดาวเคราะห์เครท จักรพรรดิพัลพาทีนฟื้นคืนชีพและประกาศการล้างแค้น ไคโล เร็น ค้นพบเครื่องนำทางของซิธ เปิดเผยเส้นทางไปยังดาวเคราะห์นอกเขตสำรวจ เอ็กซาโกล ที่นั่นเขาได้พบกับพัลพาทีน และได้ทราบว่าสโน้คเป็นหุ่นเชิดที่ถูกพัลพาทีนสร้างขึ้นเพื่อควบคุมปฐมภาคีและหลอกล่อไคโล เร็น มายังด้านมืดของพลัง นอกจากนี้พัลพาทีนยังได้เปิดเผยตัวตนของปัจฉิมภาคี กองทัพยานรบพิฆาตดาราที่ถูกปิดซ่อนเป็นความลับ และบอกให้ไคโลตามหาเรย์และสังหารเธอเสีย ระหว่างที่เรย์กำลังฝึกฝนพลังเจไดภายใต้การชี้นำของเลอา ออร์กานา ผู้นำฝ่ายต่อต้าน ต่อมาฟินน์และโพ ดาเมร่อนได้ข่าวสารจากสายลับระบุว่าพัลพาทีนอยู่ที่เอ็กซาโกล เรย์เคยอ่านเจอบันทึกของลุค สกายวอล์คเกอร์ว่าเครื่องนำทางของซิธจะสามารถชี้ทางไปยังที่นั่นได้ เช่นนั้นแล้วเรย์ ฟินน์ โพ ชิวแบคคา บีบีเอท และซีทรีพีโอ เดินทางด้วยยานมิลเลนเนียม ฟาลคอน ไปยังดาวเคราะห์พาซาน่า ซึ่งมีเงื่อนงำบ่งบอกที่อยู่ของเครื่องนำทางซ่อนอยู่

ประเภทหนังepic space opera
กำกับโดยเจ. เจ. แอบรัมส์
บทภาพยนตร์โดยเจ. เจ. แอบรัมส์คริส เทร์ริโอ
ถือลิขสิทธิ์และสร้างโดยลูคัสฟิล์มวอลท์ดิสนีย์สตูดิโอโมชั่นพิคเจอร์ส
คะแนน IMDb6.5

ไคโลใช้ความสามารถประสานจิตผ่านพลังจนรู้ที่อยู่ของเรย์ แล้วจึงเดินทางไปยังพาซาน่าพร้อมกับผู้ติดตามคือเหล่าอัศวินแห่งเร็น ด้วยความช่วยเหลือของแลนโด คาลริสเซียน เรย์และพวกพ้องตามหาเงื่อนงำจนพบ นั่นคือร่างของนักล่าเจไดนามโอชิพร้อมยานบิน และมีดสั้นเล่มหนึ่งที่สลักถ้อยคำภาษาซิธเอาไว้ ซีทรีพีโอมีความสามารถที่จะแปลภาษานี้ได้แต่ถูกโปรแกรมยับยั้งเอาไว้ เรย์สัมผัสได้ว่าไคโลอยู่ใกล้ๆ จึงไปเผชิญหน้า ปฐมภาคีจับยานฟาลคอน ชิวแบคคา และมีดสั้นไปได้ ในขณะที่พยายามจะช่วยชีวิตชิวแบคคานั้นเองเรย์พลั้งมือใช้พลังสายฟ้าทำลายยานขนส่งปฐมภาคีลง เห็นเช่นนั้นทุกคนต่างคิดว่าชิวแบคคาเสียชีวิต จึงเดินทางหลบหนีไปด้วยยานบินของโอชิ

รีวิวหนัง   Star Wars: The Rise of Skywalker 2

ทั้งคณะเดินทางมาถึงดาวเคราะห์คิจิมิ ที่นี่มีช่างซ่อมหุ่นยนต์สามารถถอดรหัสเอาคำแปลของข้อความภาษาซิธออกมาจากความทรงจำของซีทรีพีโอได้สำเร็จ เปิดเผยให้เห็นพิกัดที่อยู่ของเครื่องนำทาง เรย์สัมผัสได้ว่าชิวแบคคายังไม่ตาย จึงพาคณะเข้าร่วมภารกิจกู้ภัยมุ่งสู่ยานพิฆาตดาราของไคโล เร็น เรย์ค้นหามีดสั้นจนพบและเกิดนิมิตเห็นโอชิสังหารพ่อแม่ของเธอด้วยมีดสั้นนี้ ไคโลเปิดเผยว่าเรย์คือหลานสาวของพัลพาทีน ผู้ออกคำสั่งนำโอชิไปพาตัวเรย์ในวัยเด็กมาชุบเลี้ยง แต่พ่อแม่ของเรย์พากันไปซ่อนตัวบนดาวเคราะห์แจคคูเพื่อปกป้องเธอ นายพลฮักซ์ช่วยชีวิตโพ ฟินน์ และชิวแบคคาเอาไว้ในตอนที่ทั้งสามกำลังจะถูกสังหาร พร้อมเปิดเผยตัวว่าเขาเองคือสายลับที่ส่งข่าวสารให้ฝ่ายต่อต้าน 

รีวิวหนัง   Star Wars: The Rise of Skywalker 3

เอาเข้าจริงแล้ว วัตถุดิบและเชื้อเพลิงของพลังใน The Rise of Skywalker ไม่ใช่สิ่งใดเลยนอกจากความรักและศรัทธาของแฟน ๆ Star Wars และนั่นเป็นสิ่งที่ เจ เจ เอบรามส์ และทีมเขียนบทของเขาตระหนักดี ดังนั้นในภาคนี้เราเลยได้เกิดอาการ เดจาวู กับหลายซีนที่หนังนำเสนอทั้งตัวละครและนักแสดงจากไตรภาคต้นฉบับเพื่อเอาใจแฟนหนัง

นักแสดงนำของเรื่อง 

แคร์รี ฟรานเซส ฟิชเชอร์ ( Carrie Frances Fisher) รับบทเป็น    พลเอกเลอา ออร์กานา

แคร์รี ฟรานเซส ฟิชเชอร์ ( Carrie Frances Fisher) รับบทเป็น    พลเอกเลอา ออร์กานา

มาร์ก ริชาร์ด แฮมิลล์ ( Mark Richard Hamill)  รับบทเป็น     ลุค สกายวอล์คเกอร์

มาร์ก ริชาร์ด แฮมิลล์ ( Mark Richard Hamill)  รับบทเป็น     ลุค สกายวอล์คเกอร์

จอห์น โบเยกา ( John Boyega ) รับบทเป็น     ฟินน์ อดีตสตอร์มทรูปเปอร์

จอห์น โบเยกา ( John Boyega ) รับบทเป็น     ฟินน์ อดีตสตอร์มทรูปเปอร์

อดัม ไดรเวอร์ ( Adam Driver) รับบทเป็น     ไคโล เร็น

อดัม ไดรเวอร์ ( Adam Driver) รับบทเป็น     ไคโล เร็น

เดซี แจ๊ส ไอโซเบล ริดลีย์ ( Daisy Jazz Isobel Ridley )รับบทเป็น    เรย์

เดซี แจ๊ส ไอโซเบล ริดลีย์ ( Daisy Jazz Isobel Ridley )รับบทเป็น    เรย์

ออสการ์ ไอแซค ( Óscar Isaac Hernández Estrada) รับบทเป็น   โพ ดาเมรอน

ออสการ์ ไอแซค ( Óscar Isaac Hernández Estrada) รับบทเป็น   โพ ดาเมรอน

ตัวอย่างภาพยนตร์

https://youtu.be/8Qn_spdM5Zg

ไฮไลท์ของหนัง

1. ฉากสงครามอวกาศที่แม้จะดูยิ่งใหญ่ขึ้นแต่ยังจิตวิญญาณเดิมของสตาร์ วอร์ส แล้วมาผสมผสานการกำกับสไตล์ เอบรามส์ ที่มีทั้งอารมณ์ขัน ประเด็นครอบครัวทำให้เป็นการนำเสนอที่น่าสนใจ

2. เรื่องราวของเจไดที่เป็นผู้หญิง ซึ่งกฎเดิมคือเจไดต้องเป็นผู้ชายเท่านั้นซึ่งเป็นเหมือนนักบวช แต่หนังก็หาทางลงให้ตัวละครเป็นที่ยอมรับได้อย่างสวยงาม

3. เรื่องสุดท้ายคือการเสิร์ฟแบบจานใหญ่ใส่สารพัด อะไรคนดูชอบใส่มาให้หมด อยากได้แอนดรอยด์น่ารักนอกจาก BB8, R2D2, C3PO แล้ว ภาคนี้ยังเพิ่ม D-O น้องดรอยด์ติดล้อน่ารักมาให้อีกด้วย

รีวิวหนัง   Star Wars: The Rise of Skywalker 4

ต่อจากนี้ เราอาจจะยังบอกไม่ได้ชัดเจนว่าเราจะมีโอกาสได้ชมหนังชุดนี้ในโรงอีกหรือไม่ แต่กับ The Rise of Skywalker แม้จะมีคะแนนมะเขือเน่ามาทำให้หวั่นไหวอยู่บ้าง แต่จากการชมจริง ตัวหนังก็ทำหน้าที่ปิดตำนานได้ดี มีหลายโมเมนต์ให้ได้หัวเราะ ปรบมือ และเสียน้ำตาให้มัน จนไม่อยากให้พลาด

ที่มาเพิ่มเติม
https://en-m-wikipedia-org.translate.goog/

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการภาพยนต์แนวหน้าในประเทศไทย