รีวิวหนัง Tenet

รีวิวหนัง Tenet

หัวข้อสำคัญในบทความ

ภาพยนตร์เรื่อง Tenet เป็นภาพยนตร์ที่ออกฉายในปี ค.ศ. 2020 เขียนบทและกำกับโดย คริสโตเฟอร์ โนแลน เขาอำนวยการสร้างร่วมกับ เอ็มมา ทอมัส เป็นการสร้างร่วมกันระหว่างบริษัทสัญชาติสหราชอาณาจักรและสหรัฐ แสดงนำโดย จอห์น เดวิด วอชิงตัน ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวของสายลับที่เรียนรู้การควบคุมการไหลของเวลา เพื่อป้องกันการโจมตีจากอนาคตที่จะมาทำลายล้างโลกปัจจุบัน โนแลนใช้เวลาเขียนบทภาพยนตร์มากกว่าห้าปี หลังมีแนวคิดหลักของ เทเน็ท มานานกว่าทศวรรษ ก่อนเริ่มการถ่ายทำเริ่มต้นในปลายปี ค.ศ. 2018 การคัดเลือกนักแสดงเริ่มต้นในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2019 และเริ่มต้นการถ่ายทำในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2019 จนถึงเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2019 ที่ประเทศเดนมาร์ก, เอสโตเนีย, อินเดีย, อิตาลี, นอร์เวย์, สหราชอาณาจักรและสหรัฐ ภาพยนตร์ถูกเลื่อนฉายสามครั้ง และได้ฉายในสหรัฐเมื่อวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 2020 ในระบบไอแมกซ์, 35 มิลลิเมตรและ 70 มิลลิเมตร เป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่องแรกที่ฉายในโรงภาพยนตร์ หลังโรงภาพยนตร์ปิดบริการเพราะการระบาดทั่วของไวรัส ภาพยนตร์ทำเงิน 363 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก ปัจจุบันเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับที่ 5 ในปี ค.ศ. 2020 ภาพยนตร์การตอบรับที่ดีจากนักวิจารณ์ โดยได้รับรางวัลออสการ์ สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม และเข้าชิงในสาขาออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม รางวัลออสการ์ ครั้งที่ 93 อีกด้วย

รีวิวหนัง Tenet 1

หนังเล่าเรื่องของตัวละครเอกที่เป็นสายลับซีเอไอไม่ทราบชื่อ เข้าร่วมปฏิบัติการแฝงตัวกับหน่วยสวาตที่โรงละครโอเปร่าในเคียฟ เขาร่วมช่วยเหลือสายลับที่ถูกเปิดโปงและขโมยวัตถุแปลกชิ้นหนึ่ง เขารอดจากการถูกยิงโดยได้รับการช่วยเหลือจากทหารสวมหน้ากากที่มีด้ายสีแดงบนกระเป๋าเป้ ตัวละครเอกถูกจับและถูกทรมานเพื่อเค้นข้อมูลโดยทหารรับจ้างรัสเซีย ก่อนที่เขาจะกลืนยาเม็ดไซยาไนด์ เขาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่ายานั้นเป็นของปลอม เพื่อนร่วมงานของเขาเสียชีวิตทั้งหมดและวัตถุนั้นก็หายไป วิกเตอร์ หัวหน้าของตัวละครเอกอธิบายว่า ภารกิจดังกล่าวเป็นการทดสอบแรก เพื่อเข้าสู่องค์กรลับที่เรียกว่า “เทเน็ท” แล้วบอกให้ตัวละครเอกไปพบกับบาร์บารา นักวิทยาศาสตร์ผู้ศึกษากระสุนที่เอนโทรปี “ย้อนกลับ” ทำให้พวกมันสามารถเคลื่อนที่ย้อนกลับผ่านเวลาได้

ประเภทหนังAction, sci-fi
กำกับโดยคริสโตเฟอร์ โนแลน
บทภาพยนตร์โดยคริสโตเฟอร์ โนแลน
ถือลิขสิทธิ์และสร้างโดยวอร์เนอร์บราเธอส์พิกเชอส์ซินโคพีวอร์เนอร์บราเธอส์พิกเชอส์
คะแนน IMDb7.3

ตัวละครเอกติดตามเบาะแสของกระสุนไปถึงพรียา ซิงห์ นักค้าอาวุธในมุมไบ และพบกับ นีล ผู้ประสานงานท้องถิ่น ตัวละครเอกและนีลแทรกซึมเข้าไปในสถานที่ของพรียา แล้วรับรู้ว่าเธอเป็นสมาชิกของเทเน็ท เธอบอกว่ากระสุนถูกย้อนกลับโดยอังเดร เซเทอร์ ผู้มีอำนาจชาวรัสเซียที่สามารถสื่อสารกับอนาคต ตัวละครเอกเดินทางไปลอนดอน เพื่อพบกับแคต นักประมูลงานศิลปะและภรรยาที่เหินห่างของเซเทอร์ ตัวละครเอกพบว่าแคตถูกขู่กรรโชกโดยเซเทอร์ ด้วยภาพวาดของฟรันซิสโก โกยา ซึ่งถูกปลอมแปลงโดยลอเรนซ์ อะเรโป อดีตคนรักของเธอ ที่เธอขายให้กับเขา เพื่อให้เธออยู่ห่างจากแม็กซ์ ลูกชายของพวกเขา แคตเสริมว่า ครั้งสุดท้ายที่เธอกับเซเตอร์มีความสุขอย่างแท้จริง คือตอนที่อยู่บนเรือยอชต์ของพวกเขาในเวียดนาม ซึ่งเซเทอร์บอกกับเธอว่าเธอจะไม่เห็นหน้าแม็กซ์อีกต่อไป ทำให้นำสู่การทะเลาะกัน แคตบอกว่าเธอเห็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งกระโดดออกจากเรือ

รีวิวหนัง Tenet 2

ตัวละครเอกและนีลทำงานร่วมกับมาเฮียร์ ผู้ให้บริการ เพื่อทำการขโมยภาพวาดจากสถานที่จัดเก็บในท่าอากาศยานออสโล ด้วยการทำให้เครื่องบินโบอิง 747 วิ่งชนเข้าไปในสถานที่จัดเก็บ ภายในสถานที่จัดเก็บ พวกเขาพบเครื่องจักรที่มีชายสวมหน้ากากโผล่ออกมาสองคน ซึ่งหนึ่งในนั้นย้อนกลับ นีลต่อสู้และถอดหน้ากากคนปกติได้แต่ปล่อยให้เขาหนีไป และหยุดไม่ให้ตัวละครเอกฆ่าคนที่ย้อนกลับ ต่อมาพรียาเปิดเผยว่าเครื่องจักรคือ “ประตูหมุน” อุปกรณ์ย้อนเวลาที่พัฒนาขึ้นในอนาคตและชายสวมหน้ากากทั้งสองอาจเป็นคนเดียวกัน ที่ชายฝั่งอามาลฟี แคตเชื่อว่าภาพวาดถูกทำลายแล้ว เธอได้จัดการให้ตัวละครเอกพบกับเซเทอร์ ซึ่งเขาไม่ไว้ใจตัวละครเอก เซเทอร์เปิดเผยอย่างลับ ๆ กับแคตว่า เขาได้ย้ายภาพวาดก่อนที่สถานที่เก็บจะถูกชน ในระหว่างการล่องเรือ แคตพยายามทำให้เซเทอร์จมน้ำ แต่ตัวละครเอกช่วยเขาไว้ ทำให้เซเทอร์ไว้ใจตัวละครเอก เซเทอร์เปิดเผยว่าเมื่อตอนที่เขาเป็นวัยรุ่นในเมืองสตาลก์-12 อดีตเมืองปิดในโซเวียต เขาค้นพบทองคำที่ย้อนกลับมาจากอนาคต ทำให้เขากลายเป็นคนร่ำรวยอีกด้วยแล้วสุดท้ายหนังจะจบอย่างไรนั้นคงต้องลองไปหามาชมกันดู

รีวิวหนัง Tenet 3

Tenet น่าจะเป็นโพรเจกต์ที่เล่นใหญ่เอาการของโนแลน เพราะเรื่องนี้เว้นจากเรื่องก่อนหน้าอย่าง Dunkirk อยู่ถึง 3 ปี ซึ่งไม่แน่ใจว่าเวลาที่มากขึ้นจะทำให้บทหนังของเขาคมขึ้น หรือเกินพอดีไปหลายโยชน์กันแน่ เพราะสิ่งหนึ่งที่เราสัมผัสได้แทบจะตรงกันคือ มึนงงเอาเรื่องต้องบอกว่าไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจหนังเลย เราอาจเข้าใจเรื่องราวหลัก ๆ ได้แทบทั้งหมดว่าใครเป็นใคร อยู่ฝ่ายไหน เส้นเรื่องหลักตัวละครเหล่านี้มีเป้าหมายอะไร หรือตลอดจนจุดหักมุมที่ก็ไม่ได้ใหม่จนเดาไม่ออก หลายจุดเชยในพลอตแบบหนังลูปเวลาที่เดาได้ง่ายตั้งแต่ต้นเสียด้วยซ้ำสิ่งที่เราไม่เข้าใจกลับเป็นการร้อยต่อของฉากเหตุการณ์เสียมากกว่าที่เดินหน้าถอยหลัง/ถอยหลังเดินหน้าไปมาอยู่แทบตลอด การปล่อยศัพท์แสงที่ไม่น่าเข้าใจง่าย ๆ ทั้งศัพท์ฟิสิกส์หรือชื่อเฉพาะในเรื่องที่อยู่ ๆ ก็โพล่งขึ้นมาแล้วก็ไม่อธิบายอะไรมากอะไรแบบนี้แล่นเอาเราถึงกับงงและมึนไปเลย

นักแสดงนำของเรื่อง 

จอห์น เดวิด วอชิงตัน ( John David Washington ) รับบทเป็น  สายลับซีไอเอ

จอห์น เดวิด วอชิงตัน ( John David Washington ) รับบทเป็น  สายลับซีไอเอ

โรเบิร์ต ดักลาส โธมัส แพตตินสัน ( Robert Douglas Thomas Pattinson ) รับบทเป็น    นีล

โรเบิร์ต ดักลาส โธมัส แพตตินสัน ( Robert Douglas Thomas Pattinson ) รับบทเป็น    นีล

เอลิซาเบธ เดบิคกี ( Elizabeth Debicki ) รับบทเป็น   แคต

เอลิซาเบธ เดบิคกี ( Elizabeth Debicki ) รับบทเป็น   แคต

ดิมเพิล คาปาเดีย ( Dimple Kapadia )  รับบทเป็น   ปรียา ซิงห์

ดิมเพิล คาปาเดีย ( Dimple Kapadia )  รับบทเป็น   ปรียา ซิงห์

ไมเคิล เคน ( Sir Michael Caine CBE ) รับบทเป็น  เซอร์ ไมเคิล ครอสบี

ไมเคิล เคน ( Sir Michael Caine CBE ) รับบทเป็น  เซอร์ ไมเคิล ครอสบี

แอรอน เพอร์รี เทย์เลอร์-จอห์นสัน ( Aaron Perry Taylor-Johnson ) รับบทเป็น  ไอเวส

แอรอน เพอร์รี เทย์เลอร์-จอห์นสัน ( Aaron Perry Taylor-Johnson ) รับบทเป็น  ไอเวส

ตัวอย่างภาพยนตร์

https://youtu.be/vqaofRnv2Gc

ไฮไลท์ของหนัง

1. ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำด้วยกล้อง IMAX ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงทำให้ภาพในหนังมีความคมชัดกว่าวิธีการถ่ายทำแบบปกติ และได้ภาพมุมกว้างกว่าการถ่ายทำแบบปกติอีกด้วย 

2. หนังยังมีสิ่งที่น่าชื่นชมอีกคือ Effect ต่างๆ ในหนังเรื่องนี้โนแลน ใช้ของจริงเกือบทั้งหมด รวมกระทั่งฉากเครื่องบินที่ยอมลงทุนเพื่อให้ได้ภาพในหนังสมจริงมากที่สุดและเมื่อเราได้ชมมันก็ออกมาเป็นแบบที่โนแลนต้องการจริงๆ

3. มีส่วนที่เป็น CG ก็ทำออกมาได้เนียนสมจริงและเสริมองค์ประกอบของหนังให้ดู Sci-fi มากขึ้น เสียงประกอบ ถือว่า ดังกว่าหนังทั่วไปมาก เรียกว่ากระหึ่มเลย ทำให้บรรยากาศดูสมจริงมากขึ้น

รีวิวหนัง Tenet 4

Tenet ถือว่าเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากคริสโตเฟอร์ โนแลน เจ้าพ่อหนังที่กลับมาทวงบัลลังก์อย่างสมศักดิ์ศรี ภายหลังความซบเซาของวงการภาพยนตร์จากโควิดไปอย่างยาวนานกว่า 5 เดือน ใครบอกว่าหนังโนแลนดูยาก อันนี้พูดตรง ๆ ก็ใช่อยู่ แต่ถ้าการได้ไปสัมผัสสิ่งที่เทเน็ทนำเสนอแล้วมันก็เป็นอะไรที่น่าสนใจมากพอที่เราจะเสียเวลามานั่งดูหนังเรื่องนี้

ที่มาเพิ่มเติม
en-m-wikipedia-org.translate.goog

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการภาพยนต์แนวหน้าในประเทศไทย