รีวิวหนัง The Hobbit 1 An Unexpected Journey

รีวิวหนัง The Hobbit 1 An Unexpected Journey

หัวข้อสำคัญในบทความ

ครั้งนี้ก็มาถึงคิวของ ภาพยนตร์ไตรภาคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดอีกหนึ่งเรื่องอย่าง The Hobbit 1 An Unexpected Journey ภาคที่ 1 โดยมีชื่อไทยว่า เดอะ ฮอบบิท การผจญภัยสุดคาดคิด เป็นภาพยนตร์แนวมหากาพย์แฟนตาซีผจญภัย ฉายเมื่อปี ค.ศ. 2012 เป็นภาพยนตร์ภาคแรกในภาพยนตร์ไตรภาคที่ดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกัน ของ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน เมื่อปี ค.ศ. 1937 ภาพยนตร์ดำเนินเรื่องอยู่ใน มัชฌิมโลก ช่วงหกสิบปีก่อนเหตุการณ์ใน เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ และบางส่วนของภาพยนตร์ดัดแปลงมาจากภาคผนวกใน กษัตริย์คืนบัลลังก์ ของโทลคีน อีกด้วยค่ะ 

The Hobbit: An Unexpected Journey - Plugged In

หนังเริ่มต้นเล่าถึงเรื่องราวความเป็นมาของเผ่นคนแคระ ซึ่งชำนาญงานช่างและงานเหมือง พวกเค้ามีอาณาจักรที่เต็มไปด้วยทองคำ จนกระทั่งวันนึง มีมังกรไฟ “สม็อก” เข้ามายึดเมือง ทำให้เหล่าคนแคระต้องระเห็ดพลัดถิ่นของตน กระจายไปยังดินแดนต่างๆ โดยหวังว่าซักวันจะได้กลับมาอยู่ในบ้านเกิดอีกครั้ง หนังเล่าถึงตัวละคร บิลโบ แบ๊กกินส์ สมัยยังหนุ่ม บิลโบคือลุงของโฟรโด ฮอบบิทที่เป็นตัวเอกในเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ซึ่งเรื่องราวในส่วนนี้บิลโบยังไม่เคยเล่าให้ใครฟัง และพยายามเขียนมันเป็นนิยายการผจญภัยของตนเอง บิลโบได้พบกับกานดาล์ฟ พ่อมดสีเทา และเชิญชวนบิลโบไปผจญภัย

ประเภทหนังแฟนตาซี,ผจญภัย
กำกับโดยปีเตอร์ แจ็กสัน
บทภาพยนตร์โดยฟราน วอลช์ฟิลิปปา โบเยนส์ปีเตอร์ แจ็กสันกิเยร์โม เดล โตโร
ถือลิขสิทธิ์และสร้างโดยวอร์เนอร์บราเธอร์สพิกเชอส์
คะแนน IMDb7.8

บิลโบ เป็นฮอบบิทที่รักสงบ ตอนแรกก็ไม่ได้ตอบรับการผจญภัยแต่อย่างใด แต่หลังจากการปรากฏตัวของคาราวานคนแคระ ที่นำโดย ธอริน โอเคนชิลด์ ทายาทกษัตริย์คนแคระ ที่นำทุกคนมารวมกัน โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะกลับไปยึดบ้านเกิดเมืองนอนคืนมาจากมังกรไฟ หลังจากที่ไม่มีข่าวคราวว่าใครพบเห็นมังกรไฟมานานกว่า 60 ปี บิลโบจึงอยากเข้าร่วมการผจญภัยด้วย แม้ว่าธอรินจะมองว่าบิลโบไม่พร้อมจะรับมือกับภัยอันตรายต่างๆ ได้ แต่เมื่อถึงเวลาผจญภัยจริงๆ บิลโบ ถึงแม้ว่าจะต่อสู้ไม่เป็น แต่บิลโบมีไหวพริบ และมีโชคช่วยอยู่เสมอ ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้กานดาล์ฟดึงบิลโบมาร่วมทีม และการผจญภัยของก๊วนคนแคระกับ 1 พ่อมดและ 1 ฮอบบิทก็เริ่มต้นขึ้น

Lord of the Rings' Movies in Order: How to Watch Chronologically or by  Release

The Hobbit: An Unexpected Journey จะเดินเรื่องได้ค่อนข้างช้าเมื่อเทียบกับ The Lord of the Rings ฉากต่อสู้น้อยกว่า มีฉากการสื่อสารกันระหว่างตัวละครมากกว่า เพราะต้องการสื่อให้รู้ถึงเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมด แนะนำตัวคนแคระแต่ละคน และมีปมให้คิดมากกว่าใน LOTR เช่น ทำไมเอลฟ์ที่นำโดยธรันดิลไม่ยอมช่วยเผ่าคนแคระ ทำไมจึงมีเนโครแมนเซอร์อยู่ในปราสาทโดลกุลดูร์ และมันเป็นใคร ทำไมซารูมาน ซึ่งเป็นผู้นำของเหล่าพ่อมด ถึงได้พยายามหลีกเลี่ยงคำถามเกี่ยวกับดาบแห่งมอร์กุล หรือแม้แต่ว่าทำไมกาลาเดรียลถึงเรียกกานดาล์ฟว่า มิทธรันเดียร์ และมีแววตาที่มองดูกานดาล์ฟ เกินกว่าจะเป็นแค่เพื่อน ทำให้ช่วง 1 ชั่วโมงแรก รู้สึกเฉื่อยไปหน่อยค่ะ

The Hobbit: An Unexpected Journey - Pathé Thuis

แต่ก็มีฉากเจอสัตว์ประหลาดและฉากต่อสู้สลับกันบ้างเพื่อไม่ให้น่าเบื่อจนเกินไป ส่วนตัวคิดว่าภาคต่อไปจะมีฉากต่อสู้ที่มากกว่านี้เพราะได้เกริ่นนำทุกอย่างไว้ในภาคนี้แล้ว

นักแสดงนำของเรื่อง

มาร์ติน จอห์น คริสโตเฟอร์ ฟรีแมน (Martin John Christopher Freeman) รับบทเป็น  บิลโบ แบ๊กกิ้นส์

10 Things You Never Knew About Martin Freeman | Sherlocks Home

เซอร์ เอียน เมอร์เรย์ แม็กเคลเลน (Sir Ian Murray McKellen) รับบทเป็น  แกนดัล์ฟ

La foto viral que ha convertido a Ian McKellen en el 'influencer' más  necesario del mundo | GQ España

ริชาร์ด อาร์มิเทจ (Richard Crispin Armitage) รับบทเป็น  ธอริน โอเคนชิลด์

Richard Armitage Spent Quarantine Recording Audiobooks - Netflix Tudum

เคน สท็อทท์ (Ken Stott ) รับบทเป็น   บาลิน

Ken Stott - Ask Balin - YouTube

กราแฮม แม็กทาวิช( Graham McTavish)  รับบทเป็น ดวาลิน

My TV Obsessions: Graham McTavish Reveals His Last TV Binge & More

เจมส์ เนสบิทท์ ( James Nesbitt )  รับบทเป็น โบเฟอร์

It's the closest I'll get to playing Bond', says James Nesbitt of new role  in Lucky Man - Independent.ie

สตีเฟ่น ฮันเตอร์ ( Stephen Hunter )  รับบทเป็น บอมเบอร์

Stephen Hunter Hobbit

ดีน โอ’กอร์แมน ( Dean O’Gorman )  รับบทเป็น ฟิลิ

Netflix Movies Starring Dean O'gorman

เอดัน เทอร์เนอร์( Aidan Turner)  รับบทเป็น คิลิ

Irish actor Aidan Turner stars in new series 'Poldark'

ตัวอย่างภาพยนตร์

https://youtu.be/SDnYMbYB-nU

ไฮไลท์ของหนัง

1. โลเกชั่นที่ใช้ถ่ายทำก็มีโทนที่เข้ากับอารมณ์ของหนัง งาน CG สมจริงดี คงไม่ต้องบอกอะไรมาก เทคนิค Motion Capture ของพี่แอนดี้ เซอร์กีส ในการเล่นเป็นกอลลัม ยังคงมีมนต์ขลังอยู่เสมอ

2. ความยิ่งใหญ่ของฉากต่อสู้เป็นอีกจุดเด่นของหนัง ที่ภาคนี้ได้สร้างฉากรังของเผ่าก๊อบบลิ้นไว้ในภูเขาที่เผ่าคนแคระและบิลโบตกลงไป ก่อนที่ต่อมาบิลโบจะได้เจอกับกอลลัม และได้พบกับ ของรัก

3. ส่วนเหล่าคนแคระก็ได้รับความช่วยเหลือจากกานดาล์ฟ และการต่อสู้ระหว่างคนแคระกับเผ่าก๊อบบลิ้นก็เริ่มขึ้น มันไม่ใช่ฉากที่เราจะเห็นการต่อสู้กับแบบสูสี แต่จะเป็นการรุมกินโต๊ะของกอบบลิ้นซึ่งมีกำลังมากกว่านับพัน ต่อคนแคระแค่สิบกว่าคนเป็นอีกฉากที่ทำออกมาได้น่าตื่นเต้นดี

The Hobbit Trilogy filming locations | 100% Pure NZ

โดยภาพรวมแล้ว The Hobbit  An Unexpected Journey เดินตามรอยความสำเร็จของThe Lord of the Rings ที่ทำไว้แทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นงานโปรดักชั่น บทภาพยนตร์ที่ยังแฝงข้อคิดดีๆ คำคมๆ และฉากซึ้งๆไว้เสมอ หรือความสนุกของหนังผจญภัยแฟนตาซีอยากให้ลองไปหามาชมกันค่ะ 

ที่มาเพิ่มเติม
th.wikipedia.org

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการภาพยนต์แนวหน้าในประเทศไทย