รีวิวหนัง The Hunger Games Catching Fire

รีวิวหนัง The Hunger Games Catching Fire

หัวข้อสำคัญในบทความ

และเราก็มาต่อกันด้วยภาคที่ 2 กันเลยค่ะกับ The Hunger Games  Catching Fire หรือในชื่อไทยว่า เกมล่าเกม 2 แคชชิ่งไฟเออร์ อ้างอิงเนื้อเรื่องมาจานิยายของ ซูซาน คอลลินส์ ที่มีชื่อว่า ปีกแห่งไฟ ที่ครั้งนี้ แคตนิส เอฟเวอร์ดีน และ พีต้า เมลลาร์ค ที่ต้องเดินทางกลับสู่เขต 12 แต่ ประธานาธิบดีสโนว์ พบว่าถูกกลุ่มคนเล็ก ๆ ท้าทายอำนาจ รวมถึงแคตนิสด้วย จึงตัดสินใจที่จะจัดเกมล่าชีวิตครั้งที่ 75 ด้วยการนำอดีตผู้ชนะจากทั้ง 12 เขตมาต่อสู้กัน เพื่อหาผู้รอดเพียงคนเดียว ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้ก็การเป็นชนวนสำคัญ ที่จะเปลี่ยนพาเน็มไปตลอดกาลอีกด้วยค่ะ

รีวิวหนัง The Hunger Games Catching Fire 1

หลังจากการแข่งขันเกมล่าชีวิตครั้งที่ 74 จบลง ผู้ชนะของรายการนี้สองคน คือ “แคตนิส เอฟเวอร์ดีน” และเพื่อนของเธอ “พีต้า เมลลาร์ก” ที่สามารถเอาตัวรอดออกมาในฐานะ “คู่รักที่ชะตาไม่ชักนำ” และได้เดินทางกลับเขต 12 ที่อยู่อาศัยของพวกเขา ชัยชนะของพวกเขานำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ผู้คนในเขต 12 โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวของพวกเขาเอง เพราะทุกคนในครอบครัวจะมีกินมีใช้ไปตลอดชีวิต ไม่ต้องอดอยากหิวโหยอย่างที่เป็นมา แม้ว่าความโหดเหี้ยมรุนแรงในสนามประลองจะยังคงฝังลึกเป็นฝันร้ายของแคตนิสก็ตาม โดยทั้งสองต้องออกทัวร์ “ทัวร์ผู้พิชิต” เพื่อพบปะกับคนทุกเขตและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แต่ทว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่แคตนิสยังไม่รู้ ว่าการกระทำของเธอในเกมล่าชีวิต เป็นการท้าทายอำนาจของแคปปิตอลอย่างรุนแรง มันทำให้ผู้คนในเขตต่าง ๆ ได้ตระหนักถึงพลังของตนเองที่จะไม่ยอมอยู่ภายใต้อำนาจแห่งแคปปิตอลอีกต่อไป ทำให้ “ประธานาธิบดีสโนว์” พบกลุ่มชนเล็ก ๆ ที่ได้ท้าทายอำนาจของตน และย่อมวางเฉยเรื่องของแคตนิสไม่ได้

ประเภทหนังแอ็คชั่นดราม่า,นิยายวิทยาศาสตร์
กำกับโดยฟรานซิส ลอว์เรนซ์
บทภาพยนตร์โดยไซมอน โบฟอยไมเคิล อาร์นต์
ถือลิขสิทธิ์และสร้างโดยไลออนส์เกทคัลเลอร์ฟอร์ซ
คะแนน IMDb7.5

ในภาคแรกทิ้งค้างผู้ชมไว้หลังจากการแข่งขันครั้งที่ 74 จบสิ้นลงพร้อมด้วยผู้ชนะ 2 คนจากเขต 12 ซึ่งก็คือ แคตนิส และ พีตา ซึ่งถือเป็นการพลิกหน้าประวัติศาสตร์ของเกมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะกฏของเกมบอกเอาไว้ชัดเจนคือจะต้องมีผู้ชนะเหลือรอดออกมาเพียงแค่คนเดียว ไม่ใช่ 2 คน สิ่งที่เกิดขึ้น สร้างความไม่พอใจให้กับ ปธน. สโนว์ เป็นอย่างมาก และนั่นยังเป็นจุดเริ่มต้นของความหวังที่กับทั้ง12 เขตเพื่อหวังให้มีการหลุดจากระบอบเผด็จการบ้า ๆ ซึ่งเป็นชนวนนำไปสู่การก่อจลาจลเพื่อหลุดพ้นจากอำนาจ ผลจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ ปธน. Snow สั่งประหารชีวิต  Gamemaker ในการแข่งขันครั้งที่ 74 ทิ้งเพราะทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์ Gamemaker ตัวแสบคนใหม่ คิดค้นอุปสรรค์สารพัดและการทรมานผู้เข้าแข่งขันทั้ง 24 คนจาก 12 เขตเพื่อให้ความต้องการไร้สาระของ ปธน. Snow เกิดขึ้นได้ตามความต้องการ

รีวิวหนัง The Hunger Games Catching Fire 2

นอกจากอินเนอร์จากนักแสดงหลักแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องชื่นชมมากๆ แน่นอนว่าใครที่เคยอ่านนวนิยายก็ต้องรู้ดีว่าภาคนี้ เมื่อเข้าสู่ลานประลอง คนกับคนไม่ใช่ข้อสำคัญเลย แต่เป็นเรื่องของคนกับอุปสรรค์ที่จะเจอซะมากกว่า หลายฉากที่ผมอ่านเจอในนวนิยาย ทีมงานสามารถทำมันออกมาได้เหนือความคิด เหนือจินตนาการ จึงทำให้ช่วงกลางของเรื่องจึงลุ้นระทึกและตื่นเต้นจนเผลอนั่งเกร็งตามขณะที่ดูเลย และเชื่อว่าคนที่ไม่เคยอ่านนวนิยาย น่าจะลุ้นไปในฉากการต่อสู้บน บน Arena มากแน่นอน

รีวิวหนัง The Hunger Games Catching Fire 3

และอีกหนึ่งความดีงามของหนังเรื่องนี้ที่ต้องพูดถึงคือเรื่องของระบบเสียงประกอบภาพยนตร์ที่ยังคงทำได้ดีเหมือนอย่างที่เราได้เห็นในภาคแรก  หนังดึงให้คนดูมีอารมณ์ร่วมไปกับการดำเนินเรื่องอย่างไม่ต้องสงสัย 

นักแสดงนำของเรื่อง

เจนนิเฟอร์ ชเรเดอร์ ลอว์เรนซ์ ( Jennifer Shrader Lawrence) รับบทเป็น  แคตนิส เอฟเวอร์ดีน

รีวิวหนัง The Hunger Games Catching Fire 4

โจชัว ไรอัน ฮัทเชอร์สัน (Joshua Ryan Hutcherson) รับบทเป็น  พีต้า เมลลาร์ก

รีวิวหนัง The Hunger Games Catching Fire 5

เลียม เฮมส์เวิร์ท ( Liam Hemsworth ) รับบทเป็น   เกล ฮอว์ธอร์น

รีวิวหนัง The Hunger Games Catching Fire 6

วูดโรว์ เทรซี แฮร์เรลสัน (Woodrow Tracy Harrelson) รับบทเป็น เฮย์มิช อาเบอร์นาธี

รีวิวหนัง The Hunger Games Catching Fire 7

สแตนลีย์ ทุชชี จูเนียร์ (Stanley Tucci, Jr.)  รับบทเป็น  ซีซาร์ ฟลิกเคอร์แมน

รีวิวหนัง The Hunger Games Catching Fire 8

ตัวอย่างภาพยนตร์

https://youtu.be/EAzGXqJSDJ8

ไฮไลท์ของหนัง

1. การแข่งขันเพื่อเอาชีวิตรอด ผมเชื่อว่ามนุษย์เรา เมื่อถึงจุดที่เข้าตาจนก็ต้องสู้เพื่อเอาตัวรอด ตามสัญชาติญาณของมนุษย์ นักแสดงของเรื่องก็เหมือนกัน เพียงแต่เป็นการต่อสู้ที่เกิดขึ้นมา ตามความพอใจ และเป็นเกมส์ของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

2. ความวิปริตของผู้นำ คนสติดีที่ไหน เค้าจะมาสร้างเกมส์ให้คนเข่นฆ่ากัน ภาคนี้เราจะได้เห็นความวิปริต ความคิดตรรกะป่วย ๆ ของผู้นำในเรื่อง แต่สุดท้ายแล้วคนที่ทำอะไร ก็จะได้ผลตอบแทนเช่นนั้น

3. หนังพาคนดูให้พาไปดูคนที่กำลังเอาชีวิตรอดจากการถูกล่าอย่างมีนัยยะ ทั้งแรงกดดัน ทั้งอุปสรรค ทั้งความต้องการที่จะเอาชนะ ทำให้หนังดูมีเสน่ห์มากค่ะ

รีวิวหนัง The Hunger Games Catching Fire 9

หนังยังคงความเข้มข้นเช่นเดียวกับภาคแรก เพียงแต่หนังเปลี่ยนแนวการแข่งขัน ให้คนชนะ มาสู้กับคนชนะ ทำให้อุปสรรคที่จะผ่าน ช่างยากเย็น และดึงให้คนดูแบบเราให้อยู่กับจอเหมือนโดนมนต์สะกด

ที่มาเพิ่มเติม
th.wikipedia.org

เกมส์ออนไลน์แนะนำ >>> แทงบอล

Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการภาพยนต์แนวหน้าในประเทศไทย