รีวิวหนัง War for the Planet of the Apes

รีวิวหนัง War for the Planet of the Apes

หัวข้อสำคัญในบทความ

ครั้งนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะมาปิดไตรภาคของมหาสงครามคนปะทะลิงกับ War for the Planet of the Apes ชื่อไทย มหาสงครามพิภพวานร เนื้อเรื่องเล่าต่อจากภาคที่แล้ว อีก 2 ปีต่อมา มนุษย์ไล่ฆ่าห้ำหั่นเหล่าลิงจนแหลกลาญ ฝั่งของซีซาร์สูญเสียไปไม่ใช่น้อย จนทำให้ซีซาร์ต้องต่อสู้กับสัญชาตญาณมืดของตนเอง ที่เข้าจู่โจมให้เขาเคียดแค้นมนุษย์มากขึ้น ๆ การเดินทางเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ทำให้ที่สุดซีซาร์ต้องเผชิญหน้ากับ นายพลผู้ไร้ความเมตตา (วูดดี้ ฮาร์เรลสัน) เพื่อตัดสินชี้ชะตาว่าเผ่าพันธุ์ใดกันแน่ที่จะอยู่รอด หนังภาคนี้เข้าฉายเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 2017 และทำรายได้รวมทั้งหมด 490 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

รีวิวหนัง War for the Planet of the Apes 1

เหตุการณ์ของภาคนี้เริ่มจากเริ่มจาก Caesar (เจ้าพ่อโมแคป Andy Serkis หรือ Kong จาก King Kong และ Gollum ใน The Lord of the Rings) ต้องพาครอบครัวและฝูงลิงย้ายถิ่นที่อยู่เพื่อหลบหนีให้ห่างไกลจากพวกมนุษย์ให้มากที่สุด โดยเฉพาะพวกทหารที่ต้องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์วานร แต่ครอบครัวของ Caesar กลับถูก Colonel McCullough (Woody Harrelson จาก Now You See Me และ The Hunger Games) ฆ่าตายเสียก่อน ทำให้ Caesar ขอแยกออกจากฝูง เพื่อไปตามล้างแค้นผู้พันผู้ไร้ซึ่งความเมตตาคนนั้น War for the Planet of the Apes ไม่ได้มีฉากบู๊แอ็คชั่นหรือฉากการต่อสู้มัน ๆ มากมายอะไร ตรงกันข้าม มันอิงจากเรื่องหนึ่งในไบเบิล ค่อนข้างหนักไปทางหดหู่และชวนเศร้าเสียด้วยซ้ำ คนดูทั่วไปบางคนจึงอาจรู้สึกว่าภาคนี้ไม่สนุกเท่าภาคก่อนหน้านี้ ดังนั้นมันจึงสำคัญที่คุณควรจะต้องเข้าใจก่อนเข้าโรงว่า นี่ไม่ใช่หนังที่จะดูเอาบันเทิงได้ และไม่ใช่เห็นว่าในหนังมีลิง ก็หอบลูกจูงหลานไปดูหนังลิง

ประเภทหนังไซไฟ
กำกับโดยแมตต์ รีฟส์
บทภาพยนตร์โดยมาร์ค บอมแบ็คแมตต์ รีฟส์
ถือลิขสิทธิ์และสร้างโดยทเวนตีส์เซ็นจูรีฟ็อกซ์
คะแนน IMDb7.4

ช่วงที่ดูสนุก ๆ มันก็มีอยู่บ้างในช่วง ‘prison break’ หรือช่วงที่เราต้องเอาใจช่วยให้เหล่าวานรสามารถหลบหนีออกจากคุกทหารได้ โดยตอนอยู่ในค่ายนี้ สิ่งที่คนทำกับวานรมันก็เหมือนคือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์มาแล้วทั้งนั้น (เห็นแล้วนึกถึงในหนังเรื่อง Unbroken ด้วย) และหนังก็พอมีความตลกอยู่บ้างด้วยตัวละครใหม่อย่าง Bad Ape (Steve Zahn) ที่ใคร ๆ ดูแล้วก็คงลืมเขาไม่ลง หรือหากใครรู้สึกว่าดูแล้วหดหู่เหลือเกิน ดูหน้าเด็กหญิง Nova (Amiah Miller จาก Lights Out) ไว้ นางน่ารักสมกับเป็นบุปผางามใจกลางสมรภูมิยิ่งนัก แต่คนดูทั่วไปสามารถมั่นใจได้อย่างหนึ่งว่า War for the Planet of the Apes เป็นหนังที่ภาพสวย สกอร์เพลงดีงาม งาน CG สมจริง และ motion capture (หรือเรียกสั้น ๆ ว่า mo-cap) เนียนกริ๊บไร้ที่ติ ตัวละครมีเหตุผล มีแรงจูงใจ มีมิติ และน่าเห็นใจกันทุกฝ่าย ซึ่งแค่นี้ก็การันตีได้ระดับหนึ่งเลยว่า อย่างน้อยก็ไม่เสียดายค่าตั๋ว ส่วนคอหนังคุณภาพเอง ไม่ต้องพูดถึง ไปดูเถิด ยังไง ๆ ก็ยิ่งฟิน หนังเขาดีมาก

รีวิวหนัง War for the Planet of the Apes 2

ความคิดเห็นส่วนตัว ภาคนี้มีดีกว่า 2 ภาคแรกในเกือบทุกมิติคะ ฉากต่างๆที่เหมือนเอาลิงเป็นฝูงมาเล่นหนังได้จริงๆ ยังสร้างความตะลึงได้เหมือนเดิม และยิ่งไปกว่านั้นคือมี ฉากดราม่าที่ลึกซึ่งมีมิติสมเหตุสมผล บทภาพยนตร์ก็ซับซ้อนกว่าเดิม การสร้างบรรยากาศของโลกในยุคเสื่อมถอยทำได้ดีมาก บางช่วงของหนัง รู้สึกหวิวขึ้นมาจริงๆเลยนะ แบบว่า อารยธรรมมนุษย์จะจบสิ้นแล้วจริงๆหรือนี่ ทุกอย่างใกล้ถึงจุดจบเข้ามาทุกที ดำเนินเรื่องสนุกตั้งแต่นาทีแรกถึงนาทีสุดท้ายเลย

รีวิวหนัง War for the Planet of the Apes 3

คือมันเป็นหนังที่ต้องใช้ใจดู หนังมัน so emotional  เน้นอารมณ์ล้วน ๆ เลย ที่เราชอบคือเขาเล่าเรื่องด้วยภาพและเสียงได้ทรงพลัง มันอิมแพคความรู้สึก ตัวละครในหนังก็ไม่ต้องพูดเยอะ ทุกอย่างออกมาทางสีหน้า แววตา และการแสดงเขาออกหมด

นักแสดงนำของเรื่อง

แอนดี้ เซอร์คิส  ( Andrew Clement Serkis ) รับบทเป็น   ซีซาร์

แอนดี้ เซอร์คิส  ( Andrew Clement Serkis ) รับบทเป็น   ซีซาร์

โทบี้ เค็บเบล ( Tobias Alistair Patrick Kebbell ) รับบทเป็น    Koba

โทบี้ เค็บเบล ( Tobias Alistair Patrick Kebbell ) รับบทเป็น    Koba

จูดี้ เกรียร์  ( Judith Therese Evans ) รับบทเป็น  Cornelia

จูดี้ เกรียร์  ( Judith Therese Evans ) รับบทเป็น  Cornelia

วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน ( Woodrow Tracy Harrelson ) เรับบทเป็น      พันเอก

วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน ( Woodrow Tracy Harrelson ) เรับบทเป็น      พันเอก

อามีอาห์ มิลเลอร์ ( Amiah Miller ) รับบทเป็น   Nova

อามีอาห์ มิลเลอร์ ( Amiah Miller ) รับบทเป็น   Nova

ตัวอย่างภาพยนตร์

https://youtu.be/qxjPjPzQ1iU

ไฮไลท์ของหนัง

1. ก่อนอื่นขอพูดถึงตัวนักแสดงก่อนเลย เผื่อใครไม่รู้และคิดว่าซีจีลิงทั้งเรื่อง ก็ทั้งเรื่องแหละค่ะ แต่ไม่ได้สร้างภาพมาลอยๆแต่เป็นการโมชั่นแคปเจอร์ คือเทคนิคการให้นักแสดงมาแสดงก่อนแล้วค่อยเอาไปใส่ซีจีทีหลัง ซึ่งยังทำออกมาได้ดีมาก

2. ส่วนตัวชอบชอบฉากที่ซีซาร์ขี่ม้าแยกเดี่ยวไป กะจะไปตามล่าท่านผู้พัน (Woody Harrelson) เพียงลำพัง ดนตรีช่วงนี้มันทำออกมาได้ดีมากมันเป็นการบอกอารมณ์เจ็บปวดของซีซาร์ได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ

3. อย่างสุดท้ายที่อยากพูดถึงคือชอบที่มันดูไม่เป็นสูตรสำเร็จเท่าไหร่ มันไม่ได้ดูน้ำเน่าเกิน มันไม่ใช่ว่ามนุษย์ช่างเลวแสนเลวแบบตัวร้ายดาดๆ ที่ถูกเขียนบทมาเพื่อเลวกับร้ายเท่านั้น แต่มนุษย์ในเรื่องร้ายอย่างมีเหตุผลที่ต้องทำแบบนั้น

รีวิวหนัง War for the Planet of the Apes 4

เอาเป็นว่าก็จบลงไปแล้วนะคะ สำหรับการรีวิวหนังเรื่อง War for the Planet of the Apes ( มหาสงครามพิภพวานร ) ทั้งเนื้อเรื่องและความรู้สึก แต่ก็อยากให้ทุกคนลองไปหามาชมกันด้วยตาตัวเองมากกว่า แล้วตัดสินกันดูว่าชอบหนังเรื่องนี้ไหม 

ที่มาเพิ่มเติม
https://en-m-wikipedia-org.translate.goog/

Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการภาพยนต์แนวหน้าในประเทศไทย