รีวิวหนัง Wonder Woman

รีวิวหนัง Wonder Woman

หัวข้อสำคัญในบทความ

วันเดอร์ วูแมน  Wonder Woman เป็นภาพยนตร์ลำดับที่ 4 ของจักรวาลขยายดีซี DC Extended Universe โดยใช้เค้าโครงมาจากตัวละครวันเดอร์วูแมนของสำนักพิมพ์ดีซีคอมิกส์ ตัวภาพยนตร์เริ่มถ่ายทำเมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2015 และออกฉายในสหรัฐอเมริกา ในรูปแบบสามมิติและไอแม็กซ์สามมิติเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 2017 วันเดอร์ วูแมน ทำรายได้กว่า 820 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังเป็นหนังชูโรงของค่ายอีกด้วย

รีวิวหนัง Wonder Woman 1

ภาพยนตร์เรื่อง Wonder Woman เล่าเรื่องราวที่มีความเกี่ยวข้องกับเทพ ชาว Amazons ถูกสร้างโดยเทพ Zeus และตัวร้ายของเรื่องก็คือ Ares เทพเจ้าแห่งสงคราม แล้วเหตุการณ์ในเรื่องมันเกิดในช่วงสงครามโลก และเรื่องเล่าหรือตำนานปรัมปราเกี่ยวกับเทพเจ้า นางเอกเติบโตมากับเรื่องเล่าของแม่ ชีวิตของเธอก็เหมือนเติบโตมาในโลกเทพนิยาย ที่อยู่สวยงามอย่างกับสรวงสวรรค์ ทั้งเกาะมีแต่ผู้หญิงวัยสาว ไม่มีเด็ก ไม่มีแก่ และใช้ชีวิตอย่างสงบสุข สงครามดูไกลตัวและเป็นเรื่องที่ไม่มีอยู่จริง ส่วนพระเอกใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสงคราม การสู้รบเข่นฆ่า และไม่ค่อยเชื่อเรื่องเทพ เราชอบการเติบโตของ Diana ในส่วนของมุมมองที่มีต่อสงคราม ในช่วงแรกเธอถวิลหาถึงสงคราม เธอมีสปิริตแรงกล้า ที่แสดงออกผ่านทางแววตาและการกระทำว่าเธออยากไปรบเพื่อปกป้องโลกและช่วยเหลือคนที่ไม่มีทางสู้

ประเภทหนังแอคชั่น,ซูเปอร์ฮีโร
กำกับโดยแพตตี เจนคินส์
บทภาพยนตร์โดยแซ็ก สไนเดอร์อัลเลน ไฮน์เบิร์ก
ถือลิขสิทธิ์และสร้างโดยWarner Bros
คะแนน IMDb8.0

การได้ออกมาสู่โลกความเป็นจริง เธอค่อย ๆ ได้เห็น ได้สัมผัส และได้เรียนรู้ ว่าจริง ๆ แล้ว การทำสงครามมันไม่ได้ง่าย เธอไม่สามารถช่วยคนทุกคนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วยคนโดยที่เธอไม่ต้องฆ่าใคร ซีนที่เราชอบคือ ซีนที่ Diana กำลังเดินทางไปแนวหน้า กับพระเอกและเดอะแก๊ง (ได้แก่ Charlie ชาวสก๊อต (Ewen Bremner จาก Trainspotting), ชาวอินเดียแดง (Eugene Brave Rock), และ Sameer (Saïd Taghmaoui จาก American Hustle)) ตอนนั้น Diana ยังคึกคัก แววตาเหมือนเด็กหญิงกำลังไปโรงเรียนครั้งแรก ในขณะที่ทหารคนอื่นที่กำลังไปพร้อมเธอ แววตาเต็มไปด้วยความซึมเศร้า เบื่อหน่าย และเลื่อนลอย อีกทั้งระหว่างทางเธอสวนกับเหล่าทหารผ่านศึก ไม่มีใครกลับมาจากสงครามแล้วเหมือนเดิม ไม่มี

อีกซีนสงครามที่เราชอบคือ ซีนที่ Diana ผ่าน No Man’s Land ซึ่งเป็นซีนรบจริงจังซีนแรกนับตั้งแต่ Diana ออกมาจากเกาะและมาสู่สมรภูมิที่แท้จริง และเป็นซีนที่เธอสร้างความเปลี่ยนแปลงหรือพลิกเกมให้กับฝ่ายของพระเอก ซึ่งแฟน ๆ หนังแอ็คชั่นวางใจได้ เท่และมัน(ส์)มาก ใครชอบความวินาศสันตะโร ทำลายล้างทั้งแผ่นดิน Wonder Woman ก็จัดให้  ต้องขอชมเชยการเล่าเรื่องปูทางของหนังนี้เป็นลำดับแรก หนังปูทางและสร้างประเด็นในผู้ชมเห็นชัดเจน ว่าทำไมกันนะ เกาะที่ไดอาน่าอยู่ก็มีความสุข สงบดีอยู่แล้ว แต่เธอกลับต้องออกไปต่อสู้กับศัตรูที่เป็นแค่ความเชื่อที่เล่าต่อกันมาอย่างเทพแอรีส ซึ่งคนดูจะได้คำตอบว่า มันเป็นสิ่งที่ถูกลิขิตมาสำหรับเธอเท่านั้น เธอถูกส่งมาปกป้องมนุษย์ ในนามครึ่งมนุษย์ ครึ่งเทพ ต่อมาจนถึงโลคยุคปัจจุบัน ด้วยการแฝงตัวละใช้ชีวิตให้กลมกลืนกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปตามการเวลา

จุดสำคัญที่ทำให้ Wonder Woman เป็นหนังฮีโร่ที่แตกต่างจากหนังฮีโร่เรื่องอื่น ๆ นี่คือหนังฮีโร่ หญิงเดี่ยว เรื่องแรกเลยก็ว่าได้ที่ได้ถูกถ่ายทอดออกมาบนจอภาพยนตร์ให้ได้ชมกัน เอฟเฟค CG ทำออกมาได้สวยงามทำให้เราอินกับเนื้อเรื่องที่ถูกเล่าย้อนกลับไปในช่วงสงครามโลกค่ะ

นักแสดงนำของเรื่อง

กัล กาด็อต-วาร์ซาโน (Gal Gadot-Varsano) รับบทเป็น  วันเดอร์วูแมน

คริสโตเฟอร์ ไวต์ลอว์ ไพน์ (Christopher Whitelaw Pine) รับบทเป็น  สตีฟ เทรเวอร์

ลูซี่ เดวิส ( Lucy Davis ) รับบทเป็น  เอตต้า แคนดี้

คอนนี่ เนลเซ่น  ( Connie Nielsen ) รับบทเป็น   ราชินี ฮิปโปลิต้

โรบิน ไรท์  ( Robin Wright )  รับบทเป็น แอนทิโอเป่

แดนนี่ ฮัสตัน ( Danny Huston ) รับบทเป็น เอริช ลูเดนดอร์ฟ

เดวิด ธีวลิส ( David Thewlis ) รับบทเป็น  แอรีส

ตัวอย่างภาพยนตร์

https://youtu.be/X7SiuQxhAjg

ไฮไลท์ของหนัง

1. ความไร้เดียงสาของนางเอกเมื่อออกจากเกาะมา โลกมนุษย์ปัจจุบันถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับเธอมากในเกาะลับแล เธอคือผู้เก่งกาจในการใช้อาวุธ และความสามารถในการต่อสู้ในด้านต่าง ๆ แต่เมื่อมาเจอโลกที่เธอไม่รู้จักความไร้เดียงสาของเธอมันดูมีเสน่ห์ ตลก และน่ารักมาก

2. นักแสดงอย่างเกล กาดอท ดาราสาวชาวอิสราเอล อดีตนางงามอิสราเอล ซึ่ง เกล กาดอทมีเสน่ห์ สง่างามและแข็งแกร่ง ไม่มีใครจะเหมาะสมกับบทนี้ไปมากกว่าเธอผู้นี้อีกแล้ว ด้วยลุคที่ดูสวย คม มีเสน่ห์

3. ใครที่เป็นแฟนภาพยนตร์ของฮีโร่ฝั่ง DC จะจับสังเกตุได้ว่า เน้นการต่อสู้ฟ้าหลัว ๆ ตอนกลางคืน ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่เท่ห์สุด ๆ ของหนังตระกูลDC มันดูดาร์ก ดูน่าค้นหามากกว่ากลางวัน และแน่นอน การต่อสู้ของไดอาน่า แม้จะเป็นช่วงเวลากลางวัน ก็เป็นช่วงกลางวันที่ฟ้าจะหลัว ๆ เหมือนฝนจะเทลงมาตลอดเวลาเหมือนกันค่ะ

หนังเดินเรื่องดีสนุกมาก ใครที่เป็นแฟนหนังซูเปอร์ฮีโรก็ไม่ควรพลาดที่จะลองไปหามาชมกันค่ะ รับประกันว่าไม่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ

ที่มาเพิ่มเติม
https://th.wikipedia.org/

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการภาพยนต์แนวหน้าในประเทศไทย