รีวิวหนัง X-Men Apocalypse

รีวิวหนัง X-Men Apocalypse

หัวข้อสำคัญในบทความ

ภาพยนตร์เรื่อง X-Men: Apocalypse  เป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโรอเมริกันของชุดภาพยนตร์เอ็กซ์เมน และเป็นภาคหลักลำดับที่หกในซีรีส์ภาพยนตร์ X-Men และเป็นภาคที่เก้าของหนัง X-Menทั้งหมด เป็นภาคต่อของ X-Men: Days of Future Past  ในภาพยนตร์เรื่องนี้En Sabah Nur / Apocalypse มนุษย์กลายพันธุ์โบราณฟื้นขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจในปี 1983 และเขาวางแผนที่จะกวาดล้างอารยธรรมสมัยใหม่และยึดครองโลก ภาพยนตร์ชุด X-เม็น ภาคนี้ออกฉายในวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 

รีวิวหนัง X-Men Apocalypse 1

หลังจากทิ้งท้ายภาพตอนจบในช่วงเครดิตของ X-Men: Days of Future Past ด้วยการปูเรื่องราวในภาคต่อไป กับฉากการโค้งคำนับของผู้คนอียิปต์จำนวนมากต่อเด็กหนุ่ม ผู้คลุมผ้าครอบศีรษะ ซึ่งกำลังเคลื่อนย้ายวัตถุขนาดใหญ่ต่างๆ ท่ามกลางทะเลทราย พร้อมเบื้องหลังที่เป็นพีระมิดสุดยิ่งใหญ่ ให้แฟนหนังครั่นเนื้อครั่นตัว อยากจะดูภาคต่อไปให้รู้แล้วรู้รอด ซึ่งเวลานั้นก็มาถึงจนได้ แต่เรื่องยากที่ X-Men ภาคนี้ต้องเจอคือ การฉายต่อจากหนังรวมซูเปอร์ฮีโร่ 2 เรื่อง Batman V Superman และห่างจาก Captain America :Civil War ไม่ถึงเดือน X-Men ภาคนี้จะทำอย่างไรให้หนังตัวเองน่าสนใจมีความแปลกใหม่จากภาคก่อนหน้าและหนังคู่แข่ง สามารถดึงคนดูให้ออกมาดูหนังรวมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ได้อีก ด้วยความเป็น X-Men นั้น มีแฟนประจำติดต่ออยู่พอสมควรแต่น้อยกว่าทางกลุ่มอเวนเจอร์สอยู่มาก อาจทำให้หนังภาคนี้ไม่ปังเท่าที่ควร

ประเภทหนังaction, superhero
กำกับโดยไบรอัน ซิงเกอร์
บทภาพยนตร์โดยไซมอน คินเบิร์กแมทธิว วอห์นเจน โกล์ดแมน
ถือลิขสิทธิ์และสร้างโดยทเวนตี้ เซนจูรี่ ฟ็อกซ์ มาร์เวล เอนเตอร์เทนเมนต์
คะแนน IMDb6.9

ซึ่ง X-Men Apocalypse ยังคงหาความแปลกใหม่ให้ตัวเองไม่ได้ แม้หนังจะมีจุดได้เปรียบที่มีเหล่ามิวแตนท์หลากหลายความสามารถพิเศษอยู่ในมือ และเป็นหนังที่รวมดารามากฝีมือและขายชื่อได้มากสุดเรื่องหนึ่ง หนังพยายามสร้างจุดขายในภาคนี้ด้วยการดึงตัวร้ายสุดจากการ์ตูนมาใช้ อะพอคคาลิปส์ เป็นมิวแตนท์ตัวแรกของโลกที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่สมัยอียิปต์ด้วยความร้ายจึงโดนจองจำ แต่ถูกปล่อยมาในปี 1983 ช่วงเวลาตามท้องเรื่อง อะพอคคาลิปส์ยังคงเจตนารมณ์เดิมคือต้องการชำระล้างโลก ออกรวบรวม 4 จตุรอาชามาเป็นลูกสมุนและ 1 ในนั้นคือ แม็กนีโต ที่กำลังโกรธแค้นกับมนุษย์และชะตากรรมของตัวเอง

รีวิวหนัง X-Men Apocalypse 2

ร้อนถึงศาสตราจารย์ชาร์ลเซเวียร์ และเหล่าเอ็กซ์เม็นต้องออกมายับยั้งแผนการร้ายของอะพอคคาลิปส์ ตัวอะพอคคาลิปส์ ก็ได้ออสการ์ ไอแซคที่เพิ่งโด่งดังจากบท โพ ดาเมรอน ใน Starwars The Force Awakens มาสวมบท หนังปูเรื่องราวของอะพอคคาลิปส์มาตั้งแต่เปิดเรื่องว่าเป็นมิวแตนท์ที่มีความสามารถมากมายและเป็นอัจฉริยะ แต่ด้วยการที่อะพอคคาลิปส์เป็นตัวร้ายที่พูดมากและออกโรงเสียส่วนมากแว่บไปนู่นมานี่ตลอดเวลา ยิ่งเวลาผ่านไปความน่าเกรงขามก็ยิ่งลดลง จนสุดท้ายก็ไม่เหลือความน่ากลัวแทบจะเป็นตัวร้ายสักตัวในหนังไอ้มดแดง

รีวิวหนัง X-Men Apocalypse 3

ภาคนี้หนังยาวถึง 2 ชั่วโมง 24 นาที ยาวสุดแล้วในขบวนหนัง X-Men แต่ในความยาวก็ไม่ได้อัดแน่นไปด้วยเวลาคุณภาพ ครึ่งแรกของหนังหมดไปกับการแนะนำเหล่ามิวแตนท์ทั้งเก่าและใหม่ ภาคนี้เล่าที่มาของ ไซคลอป , ไซล็อค ,ไนท์ครอว์เลอร์ , สตอร์ม และ จีน เกรย์ และเล่าเรื่องราวของตัวละครสำคัญอย่างมิสติค และ เอริก เลนเชอร์ที่หนีไปปลีกวิเวกแล้วทำไมถึงหันกลับมาเป็นแม็กนีโตอีกครั้ง กว่าจะเล่าครบก็หมดไปกว่าชั่วโมงแล้ว

นักแสดงนำของเรื่อง 

เจมส์ แอนดรูว์ แม็กอะวอย ( James Andrew McAvoy)รับบทเป็น   Charles Xavier

เจมส์ แอนดรูว์ แม็กอะวอย ( James Andrew McAvoy)รับบทเป็น   Charles Xavier

มิชชาเอล ฟัสเบ็นเดอร์ ( Michael Fassbender) รับบทเป็น    Erik Lehnsherr / Magneto

มิชชาเอล ฟัสเบ็นเดอร์ ( Michael Fassbender) รับบทเป็น    Erik Lehnsherr / Magneto

เจนนิเฟอร์ ชเรเดอร์ ลอว์เรนซ์ ( Jennifer Shrader Lawrence ) เรับบทเป็น    Raven / Mystique

เจนนิเฟอร์ ชเรเดอร์ ลอว์เรนซ์ ( Jennifer Shrader Lawrence ) เรับบทเป็น    Raven / Mystique

นิโคลัส คาราดอก เฮาลต์ ( Nicholas Caradoc Hoult ) รับบทเป็น    Hank McCoy / Beast

นิโคลัส คาราดอก เฮาลต์ ( Nicholas Caradoc Hoult ) รับบทเป็น    Hank McCoy / Beast

ออสการ์ ไอแซค ( Óscar Isaac Hernández Estrada) รับบทเป็น   En Sabah Nur / Apocalypse

ออสการ์ ไอแซค ( Óscar Isaac Hernández Estrada) รับบทเป็น   En Sabah Nur / Apocalypse

ตัวอย่างภาพยนตร์

https://youtu.be/COvnHv42T-A

ไฮไลท์ของหนัง

1. อันดับแรกขอพูดในส่วนของ Special Effect หรือ Visual Effect หรือ CGI ควรเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับต้น ๆ สำหรับหนังแอ็คชั่น หนังไซไฟ หรือหนังซูเปอร์ฮีโร่ และภาคนี้ก็ทำออกมาได้ดี

2. ตัวละครเด็ก ๆ อย่าง Jean Grey, Cyclops, Nightcrawler, และ Quicksilver ก็ได้โชว์ของออกมาให้เราคนดูทั้งหลายต้องยอมรับว่าพวกเขาแสดงได้ดีกว่าที่คาดไว้เยอะ

3. จัดการกับตัวละครเยอะๆเป็นอะไรที่ยากพอสมควร สำหรับหนังหนึ่งเรื่องที่มีความยาวขนาดนี้แต่ X-Men: Apocalypse  ก็ทำออกมาได้ดีไม่ได้มีปัญหาอะไรกับส่วนนี้

ไฮไลท์ของหนัง

นับเป็นภาคที่มีความเวอร์วังมากขนาดว่าทำใจไว้แล้วว่านี่คือหนังที่สร้างจากการ์ตูนนะแต่ก็ยังรู้สึกว่ามันเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่เวอร์กว่าทุกเรื่องจริง ๆ แต่ก็ต้องจัดให้เป็น X-Men ภาคที่สนุกน้อยสุดในจำนวน 6 ภาค หลังที่ดูมา หนังมีฉากหลังเอนด์เครดิตที่ต้องรอประมาณ 5 นาที เผยที่มาของวายร้ายหน้าใหม่ มิสเตอร์ ซินนิสเตอร์ ที่น่าจะสานต่อไตรภาคใหม่ของ X-Men เพราะผู้สร้างบอกว่า X-Men Apocalypse คือภาคสุดท้ายของเหล่า X-Men วัยเด็กแล้ว แต่ยังไงก็อยากให้ทุกคนลองไปหามาดูเองก่อน ส่วนชอบไม่ชอบนั้นคงต้องตัดสินกันเอาเอง

ที่มาเพิ่มเติม
en-m-wikipedia-org.translate.goog

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการภาพยนต์แนวหน้าในประเทศไทย