รีวิวหนัง   X-Men: Days of Future Past

รีวิวหนัง X-Men Days of Future Past

หัวข้อสำคัญในบทความ

ภาพยนตร์เรื่อง X-Men: Days of Future Past หรือชื่อไทย X-เม็น สงครามวันพิฆาตกู้ เป็นภาพยนตร์ซุเปอร์ฮีโร่อเมริกันของชุดภาพยนตร์เอ็กซ์เมน อำนวยการสร้าง, ร่วมเขียนและกำกับโดย ไบรอัน ซิงเกอร์ และเนื้อเรื่องตัวละครเอ็กซ์เมนในมาร์เวลคอมิกส์ เป็นภาพยนตร์ลำดับที่ 7 ของภาพยนตร์ชุด X-เม็น ออกฉายในวันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 เนื้อเรื่องกล่าวถึงการรวมตัวต่อสู้กับสงครามครั้งยิ่งใหญ่ของเหล่าเอ็กซ์เมน เพื่อหาทางเอาตัวรอดจากสายพันธุ์ที่มีอายุข้ามสองยุคสมัยในภาพยนตร์เรื่องนี้ เหล่าตัวละครโปรดจากภาพยนตร์ไตรภาคเอ็กซ์เมนต้นฉบับกลับมาผนึกกำลังร่วมกับตัวเองในอดีตจาก X-เม็น รุ่น 1 ในการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ที่ต้องเปลี่ยนแปลงอดีตเพื่อรักษาอนาคตไว้  ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ไปกว่า 746 ล้านเหรียญทั่วโลก ทำให้เป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 6 ของปี 2014 ด้วยทุนสร้างประมาณ 205 ล้านดอลลาร์ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดี

รีวิวหนัง   X-Men: Days of Future Past 1

ปี 2023 เหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ถูกรุกรานโดยกองทัพหุ่น “เซนติเนล” ที่ตามกวาดล้างและทำลายมนุษย์กลายพันธุ์ให้สูญสิ้นไปจากโลก กลุ่มเอ็กซ์เม็นที่ประกอบไปด้วย โปรเฟสเซอร์เอ็กซ์ (แพทริค สจ๊วร์ต), แม็กนีโต้ (เอียน แม็คเคลเลน), โลแกน หรือวูล์ฟเวอรีน (ฮิวจ์ แจ็คแมน), สตอร์ม (ฮัลลี่ เบอร์รี่), ไอซ์แมน (ฌอน แอชมอร์), คิตตี้ ไพรด์ (เอลเลน เพจ), บลิงก์ (ฟ่าน ปิงปิง), บิชอพ (โอมาร์ ไซ), โคลอสซัส (แดเนียล คัดมอร์), ซันสป็อต (อาดาน คันโต) และวอร์พาธ (บูบู สจ๊วร์ต) ได้รวมตัวกันเพื่อต่อสู้กับหุ่นเซนติเนล คิตตี้ได้ใช้พลังของตัวเองเพื่อดึงจิตกลับไปยังอดีตและเตือนคนในอดีตให้ทราบถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะมาถึง แต่เหตุการณ์เริ่มบานปลายเพราะพวกเขาเริ่มต้านความแข็งแกร่งของเซนติเนลไม่ไหว ทำให้คิตตี้จึงรีบดึงจิตของบิชอพและตัวเอง เพื่อหนีกลับไปยังอนาคตเช่นเดิม

ประเภทหนังaction, superhero
กำกับโดยไบรอัน ซิงเกอร์
บทภาพยนตร์โดยไซมอน คินเบิร์กแมทธิว วอห์นเจน โกล์ดแมน
ถือลิขสิทธิ์และสร้างโดยทเวนตี้ เซนจูรี่ ฟ็อกซ์ มาร์เวล เอนเตอร์เทนเมนต์
คะแนน IMDb7.9

จากการปรึกษากันระหว่างกบดานในที่ปลอดภัย โลแกนอาสาตัวเองเพื่อกลับไปยังอดีตเพื่อแก้ไขเหตุการณ์ก่อนที่มิสทีคหรือเรเวน (เจนนิเฟอร์ ลอวเรนซ์) จะสังหารโบลิวาร์ ทราสก์ (ปีเตอร์ ดิงเคลจ) ผู้ประดิษฐ์คิดค้นหุ่นเซนติเนล เพราะหลังจากเธอสังหารทราสก์ได้สำเร็จ เธอก็ถูกนำยีนไปสังเคราะห์เพื่อสร้างเซนติเนล โดยการดำเนินงานของสไตรค์เกอร์ (จอช เฮลแมน) ดังนั้นเมื่อหยุดมิสทีคไม่ให้สังหารทราสก์ได้ เซนติเนลก็จะถูกระงับการใช้งานไปด้วย คิตตี้จึงใช้พลังที่มีอยู่ของตัวเอง ดึงจิตของโลแกนกลับไปยังเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งห่างจากปีที่พวกเขากำลังมีปัญหาถึง 50 ปีย้อนเวลากลับไปยังปี 1973 โลแกนตื่นขึ้นมาและรู้ว่ากรงเล็บของตัวเองยังเป็นกระดูก เขาออกตามหาคนที่จะพาเขาไปหยุดแผนการสังหารของมิสทีค สถานที่ที่เขาเลือกไปก็คือ โรงเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ของศาสตราจารย์ชาร์ลส์ เซเวียร์ แต่คนที่เขาพบกลับเป็นแฮงค์ แม็คคอย / บีสต์ (นิโคลัส ฮอลท์) หรือที่รู้จักในนาม บีสต์ ก่อนที่ชาร์ลส์ (เจมส์ แม็คเอวอย) จะออกมาพบกับเขาในเวลาต่อมา

รีวิวหนัง   X-Men: Days of Future Past 2

โลแกนพบว่าชาร์ลส์กลายเป็นคนที่ดูหมดรูป ด้วยการที่เกิดเหตุการณ์อันตรายจนต้องปิดโรงเรียนสอน เหล่ามนุษย์กลายพันธุ์หลายคนได้เสียชีวิตไป ทำให้ชาร์ลส์ขังตัวเองอยู่ในแมนชั่นโดยมีแฮงค์คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง แฮงค์ได้เปิดเผยว่าชาร์ลส์เกิดอาการติดยา เป็นยาที่ทำให้เขากลับมาเดินได้อีกครั้ง แต่ก็ต้องแลกกับความสามารถในการควบคุบจิตที่หายไป โลแกนได้เปิดปากขอให้ชาร์ลส์ช่วย แต่ชาร์ลส์ได้ปฏิเสธ จนโลแกนต้องตอบกลับไปว่าคนที่ฝากเขามาบอกในที่นี้ ก็คือชาร์ลส์ในอนาคต หลังจากพูดคุยจนชาร์ลส์ตกลงที่จะช่วย ชาร์ลส์ได้บอกว่าจะต้องไปหาอีริค หรือแม็กนีโต้ เพราะเขาน่าจะช่วยเกลี้ยกล่อมเรเวน หรือมิสทีคได้ แต่อีริคก็ถูกคุมตัวอยู่ในคุกที่มีมาตรการป้องกันแน่นหนา ด้วยข้อหาสังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี้ และคนเดียวที่สามารถเข้าไปในคุกแห่งนี้ได้โดยไม่เป็นที่สงสัยก็คือ ควิกซิลเวอร์

รีวิวหนัง   X-Men: Days of Future Past 3

นับเป็นความชาญฉลาดของทีมผู้สร้าง ที่หลังจากหนังไตรภาคชุดแรกของ X-Men นั้นได้ทำลายตัวเองไปเป็นที่เรียบร้อยในภาค 3 จนกระทั่งต้องมีการสร้างภาค First Class ขึ้นมาใหม่ โดยย้อนกลับไปในสมัยที่ตัวละครยังเป็นวัยหนุ่มวัยสาวกันอยู่ พอมาถึงภาคนี้ ทีมงานเลยใช้โอกาสจากพล็อตเรื่อง Days of Future Past เอามาเป็นตัวจัดการความยุ่งเหยิงของ Timeline ที่เกิดขึ้นจากหนังชุดนี้ที่มีออกมาหลายๆ ภาค ให้มันกลายเป็นจักรวาลเดียวกัน โดยมีผู้กำกับที่ให้กำเนิดหนังชุดนี้อย่าง Bryan Singer กลับมากำกับจัดการหนังชุดนี้อีกครั้ง

นักแสดงนำของเรื่อง 

เจมส์ แอนดรูว์ แม็กอะวอย ( James Andrew McAvoy)รับบทเป็น   Charles Xavier

เจมส์ แอนดรูว์ แม็กอะวอย ( James Andrew McAvoy)รับบทเป็น   Charles Xavier

มิชชาเอล ฟัสเบ็นเดอร์ ( Michael Fassbender) รับบทเป็น    Erik Lehnsherr / Magneto

มิชชาเอล ฟัสเบ็นเดอร์ ( Michael Fassbender) รับบทเป็น    Erik Lehnsherr / Magneto

เจนนิเฟอร์ ชเรเดอร์ ลอว์เรนซ์ ( Jennifer Shrader Lawrence ) เรับบทเป็น    Raven / Mystique

เจนนิเฟอร์ ชเรเดอร์ ลอว์เรนซ์ ( Jennifer Shrader Lawrence ) เรับบทเป็น    Raven / Mystique

นิโคลัส คาราดอก เฮาลต์ ( Nicholas Caradoc Hoult ) รับบทเป็น    Hank McCoy / Beast

นิโคลัส คาราดอก เฮาลต์ ( Nicholas Caradoc Hoult ) รับบทเป็น    Hank McCoy / Beast

ฮิวจ์ แจ็คแมน ( Hugh Michael Jackman ) รับบทเป็น   โลแกน / วูล์ฟเวอรีน

ฮิวจ์ แจ็คแมน ( Hugh Michael Jackman ) รับบทเป็น   โลแกน / วูล์ฟเวอรีน

ตัวอย่างภาพยนตร์

https://youtu.be/pK2zYHWDZKo

ไฮไลท์ของหนัง

1. อันดับแรกขอพูดในส่วนของประเด็นเนื้อหาของเรื่องก็ยังมีอยู่ครบ ทั้งในเรื่องของการยอมรับความแตกต่างของตัวเองและของผู้อื่น ที่เป็นหัวใจสำคัญที่ทำออกมาได้ดี

2. ฉากเปิดเรื่องที่สุดยอดมาก อัดแน่นไปด้วยแอ็คชั่นที่ใครๆก็ต้องร้องว้าว เป็นการนำเสนอเนื้อหาและคาแร็คเตอร์ที่เจ๋งจริง เปิดตัวมิวแทนต์ตัวใหม่ๆ และยังแสดงพลังของศัตรูผู้หน้ากลัวอย่างหุ่น Sentinel ได้ดีมากด้วย

3. ฉากเอนด์เครดิตอีกฉากนึง ที่อาจเรียกขนแขนของคุณให้สแตนด์อัพได้เลย หลังจากนั่งรอเครดิตให้สไลด์ไปจนจบอยู่นานหลายนาที เราก็ตัดไปที่อียิปต์ เราได้เห็นภาพของมิวแทนต์คนนึง ที่กำลังใช้พลังจิตของเขาประกอบพีระมิดขึ้นมาโดยไม่ต้องอาศัยแรงงานหรือกำลังคนใดๆทั้งสิ้น

ไฮไลท์ของหนัง

สำหรับ X-Men: Days of the Future Past นั้น จะเหมาะสำหรับคนที่ติดตามหนังชุด X-Men มาแล้วเกือบทุกภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ 3 ภาคหลัก และภาค X-Men: First Class มาก่อน ไม่เช่นนั้นคงได้งงกับทั้งตัวละครและเรื่องราวของหนังกันแน่ๆ เพราะภาคนี้มันค่อนข้างที่จะเชื่อมโยงและใช้เนื้อหามาจากภาคอื่นๆ เข้ามาเยอะ เพื่อจัดให้มันเป็นระเบียบขึ้น ซึ่งสำหรับคนที่ติดตามมาโดยตลอดอยู่แล้ว รับรองได้เลยว่านี่จะเป็นภาคที่คุณจะต้องหลงรักมันอย่างแน่นอน

ที่มาเพิ่มเติม
en-m-wikipedia-org.translate.goog

Picture of Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการภาพยนต์แนวหน้าในประเทศไทย